จงเทียนอี้ไม่ชอบเป็นอย่างมาก จึงกระซิบบอกหลี่เชียนว่า “เจ้าหาสาวใช้ให้ท่านหญิงสักสองคนดีกว่ากระมัง? แบบนี้คนนอกเห็นแล้วยังไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร? เจ้าไม่เห็นที่พวกพระในวัดเมื่อวานหาข้ออ้างมามุงดูหลิวตงเยว่ครั้งแล้วครั้งเล่าหรือ?”
ตอนที่หลี่เชียนเพิ่งเข้าวังก็ไม่ชอบเหมือนกัน ทว่าหลังจากเขาอยู่ในวังระยะหนึ่งก็ค่อยๆ เข้าใจเช่นกัน
เขาตวาดด่าจงเทียนอี้เสียงเบาว่า “อย่าพูดจาเหลวไหล! นี่ก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เช่นกัน อย่างครั้งนี้พวกเรามาจากเมืองหลวง หากข้างกายเจียหนานไม่ใช่หลิวตงเยว่แต่เป็นนางใน พวกเราจะกลับซานซีได้อย่างราบรื่นแบบนี้หรือ? ในวังกับข้างนอกไม่เหมือนกัน สถานที่ในวังใหญ่ จึงต้องการคนที่รับจ้างทำงานเล็กๆ น้อยๆ มาก หากไม่ใช้ขันทีเหล่านี้แล้วจะทำอย่างไร?”
จงเทียนอี้บ่นพึมพำว่า “อย่างไรข้าก็รู้สึกไม่ดี!”
“เช่นนั้นก็ทำเป็นมองไม่เห็น!” หลี่เชียนเอ่ย “ท่านหญิงเติบโตในวังมาตั้งแต่เด็ก ไม่เหมือนกับคุณหนูจากตระกูลขุนนางทั่วไป ต่อไปเจ้าก็จะค่อยๆ เข้าใจเอง”
จงเทียนอี้ไม่เห็นด้วย จึงเอ่ยว่า “ข้าตกลงกับศิษย์พี่ของข้าไว้นานแล้ว อีกไม่กี่วันจะไปทางตะวันตกของแอ่งเสฉวนกับเขา ตอนปีใหม่ถึงจะกลับมา ข้าชอบหรือไม่สำคัญตรงไหน? ถึงอย่างไรเจ้าก็ตัดสินใจแน่วแน่ที่จะแต่งงานกับนางแล้ว ต่อไปนางอยู่เรือนด้านใน ข้าอยู่เรือนด้านนอก ทั้งปีก็ไม่ได้เจอกันสักครั้งอยู่ดี”
หลี่เชียนได้ยินก็ยิ้มและเอ่ยว่า “เช่นนั้