่างลายน้ำแข็งแตกที่แยกออกจากกัน จงเทียนอี้ก็อดที่จะเอ่ยไม่ได้ว่า “เจ้าก็ปล่อยให้ท่านหญิงก่อความวุ่นวายแบบนี้อย่างนั้นหรือ? ข้าว่าไม่นานเจียงลวี่ก็จะตามมา ถึงเวลานั้นจะดูว่าเจ้าจะทำอย่างไร?”
“นางก่อความวุ่นวายอย่างไร?” หลี่เชียนดื่มชาอึกหนึ่งอย่างไม่เห็นด้วย และเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า “เพียงแค่ให้รางวัลนางสองคนนั่นเท่านั้น สำหรับนางนี่เป็นเรื่องธรรมดาเหมือนที่พวกเราดื่มชาต้องยกฝาถ้วยชาขึ้น ข้ายังต้องใช้ชีวิตกับนางไปชั่วชีวิต ก็ต้องให้นางใช้ชีวิตแบบที่นางรู้สึกสบายอยู่แล้ว ส่วนเจียงลวี่นั้น ข้าไม่มีทางหลบเขาได้ตลอดชีวิต ตระกูลเจียงไม่มีทางให้ข่าวรั่วไหลออกไปก่อนที่จะหาพวกเราเจอหรอก ไว้หาพวกเราเจอและประเมินสถานการณ์แล้ว ถึงจะปล่อยข่าวที่สอดคล้องกันออกไป เจ้าวางใจ เวลานี้มีไม่กี่คนที่รู้ว่าท่านหญิงอยู่กับข้า”
เขาก็อาบน้ำแล้วเช่นกัน จึงเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมที่นักบวชลัทธิเต๋าสวมสองชั้นผ้าไหมหังผิวเรียบสีไผ่เขียวแล้ว และใช้ปิ่นปักผมไม้ไผ่ม้วนผมที่เปียกเล็กน้อยไว้ตามใจชอบ พิงหมอนอิงใบใหญ่พิมพ์ลายผ้าเนื้อหยาบสีฟ้าด้วยท่าทางสบายๆ ใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องจนส่องแสงในห้องข้างที่แสงสลัว
จงเทียนอี้อดที่จะเบ้ปากไม่ได้ และเอ่ยว่า “ท่านหญิงเจียหนานคงจะไม่ได้ชอบรูปโฉมของเจ้าใช่หรือไม่? แต่ผู้ชายมีเพียงหน้าตาจะมีประโยชน์อะไร? อย่างไรก็ต้องอาศัยฝีมือจริงๆ กินข้าวอยู่ดีกระมัง…”
หลี่เชียนอดที่จะหัวเราะไม่ได้