และเอ่ยว่า “จงเฉวียน เจ้าคงจะไม่ได้คิดที่จะจัดการเรื่องราวที่นี่ใช่หรือไม่?”
หลี่เชียนไม่ได้ตอบเขา เพียงแค่หันข้างมาโบกมือให้เขา
มีเสียงกระพือปีกของนก
หลี่เชียนกับจงเทียนอี้มองขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน
นกกระเต็นขนาดเท่าฝ่ามือตัวหนึ่งตกลงบนบ่าของจงเทียนอี้
จงเทียนอี้อึ้งไปเล็กน้อย และแกะแผ่นกระดาษที่ผูกอยู่กับขานกกระเต็นออกมา
หลี่เชียนเดินมาหาด้วยสีหน้าจริงจัง
จงเทียนอี้อาศัยแสงจันทร์อ่านอยู่ชั่วครู่ ก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “คิดไม่ถึงว่าซื่อจื่อแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงคนนั้นยังพอมีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ…พวกเขาถึงเมืองติ้งแล้ว เป็นเช่นนี้ต่อไป อย่างมากที่สุดสองวันก็ตามพวกเราได้ทันแล้ว” เขาเอ่ยพลางยื่นแผ่นกระดาษให้หลี่เชียน
หลี่เชียนหยิบมาอ่านครู่หนึ่ง แล้วฉีกมันเป็นเศษเล็กเศษน้อย และเอ่ยว่า “พรุ่งนี้พวกเราน่าจะไปถึงหยางเฉวียนได้ใช่หรือไม่?”
“อือ!”
“ข้าจำได้ว่าหยางเฉวียนมีวัดป่าโอสถ ต้นสนกับต้นไป่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ทิวทัศน์งดงามน่าชม” หลี่เชียนพึมพำ “หลายวันนี้ท่านหญิงเร่งรีบเดินทางตลอด ร่างกายอ่อนเพลีย พรุ่งนี้พวกเราไปหยุดพักที่วัดป่าโอสถเป็นอย่างไร? จะได้ให้ท่านหญิงพักผ่อนสักหน่อยด้วย”
จงเทียนอี้เหลือกตามองบน
วัดป่าโอสถนั้นต้นสนกับต้นไป่เขียวชอุ่มตลอดทั้งปี ทิวทัศน์งดงามน่าชมจริงๆ แต่ลักษณะพื้นที่ก็เป็นภูเขาสูงชันและร่องน้ำลึกมากเช่นกัน หากไม่ระวังและตกลงไป ก็จะตายแบบร่างกายแหลกละเอียด ไม่มีศพ…