เห็นระดับสี่สักคน? พวกเขาต่างหลบอยู่ในห้อง รู้ดีอยู่แก่ใจแต่ภายนอกแกล้งทำเป็นโง่! เฉิงเอินกงต่อไปทำอะไร ก็ต้องใช้สมองคิดให้มากเช่นกัน จิตใจคนยากแท้หยั่งถึง แต่ก็เป็นเพราะจิตใจคนยากแท้หยั่งถึงเช่นกัน พอควบคุมได้แล้วก็ทำได้ทุกอย่าง” เขาเห็นเฉาเซวียนฟังคำพูดของเขาแล้วไม่ผ่อนคลายแม้แต่นิดเดียว กลับยิ่งเครียดมากขึ้น ก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ และเอ่ยเสียงเบาลงไปด้วยว่า “เมื่อก่อนนางในในวังเป็นผู้ดูแลตราประทับของฮ่องเต้นี้ ท่านคิดว่าทำไมตอนฮ่องเต้เซี่ยวจงถึงเปลี่ยนเป็นฝ่ายตราประทับล่ะ? ก็เป็นเพราะเหล่ารองหัวหน้าขันทีของซือหลี่เจียนในเวลานั้นรู้สึกว่าการประทับตราไม่สะดวก ไม่สามารถปิดบังฝ่าบาทและแอบประทับตราลงในราชโองการได้ และไม่สามารถแสดงความน่าเกรงขามของหน่วยงานแรกในราชสำนักอย่างซือหลี่เจียนออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่อย่างนั้นท่านคิดว่าทำไมพวกเขาซื่อสัตย์ขนาดนี้? ทำอะไรไม่เหลือทางหนีทีไล่ไว้เลย ทุกคนต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง แล้วฝ่าบาทยังกล้ามายุ่งกับไทฮองไทเฮาอีกอย่างนั้นหรือ…”
เฉาเซวียนงุนงงอย่างสิ้นเชิง
ถึงอย่างไรเฉาไทเฮาก็เป็นคนปกป้องมาตั้งแต่เด็กจนโต ถึงจะบ้านแตกสาแหรกขาดก็ยังไว้หน้าอยู่บ้าง
หลิวเสี่ยวหม่านยิ้มและตบบ่าของเฉาเซวียน พลางเอ่ยว่า “ท่านก็อย่าเหม่อเลย ไทฮองไทเฮากำชับแล้วว่า เดี๋ยวให้ข้าไปที่ฝ่ายดูแลคอกม้า ขอยืมใช้ม้าเหงื่อโลหิตที่ฝ่าบาทเลี้ยงไว้ที่อุทยานหลวงตะวันตกจากพวกเขาหน่อย