ิมเถิด ท่านมิใช่อยากให้ข้าช่วยข้ามหายนะหรือ?”
“เจ้ายังคิดจะช่วยข้า?”
เมี่ยวอินเจินเหรินถึงกับตะลึง นางไม่เข้าใจนัก เหตุใดเมื่อครู่จึงลงมือใส่นาง แต่บัดนี้กลับเอ่ยถึงการช่วยเหลืออีกครั้ง
“แน่นอนว่ายังยินดี”
ซั่วฮ่วนพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง เจตนาแฝงเลศนัยระเรื่อ:
“ด้วยรูปลักษณ์อันล่มเมืองของท่าน ข้าน้อยเองก็มีใจปรารถนาอยู่แล้ว…”
‘อ้อ ที่แท้ก็โลภในเรือนกายของข้า!’
เมี่ยวอินเจินเหรินพลันเข้าใจขึ้นมาทันใด นางมั่นใจในรูปโฉมตนยิ่งนัก สีหน้าจึงเผยรอยยิ้ม:
“ไม่ปิดบังท่านซั่วฮ่วน ท่านมีพลังเวทล้ำลึก ตัวข้าก็นับถือยิ่งนัก สักวันหนึ่ง…ย่อมยินดีสนทนาเต๋าด้วยกัน…”
ซั่วฮ่วนได้ฟังดังนั้นก็เผยรอยยิ้มอิ่มเอิบ พรางก้มหน้าหลบสายตา แววตาแฝงความเย็นชา:
‘หญิงโง่!’
‘แม้ข้าฆ่านางมิได้ แต่มิต้องลงมือก็เพียงพอ หากปล่อยนางไป นางก็จักตายด้วยน้ำมือเจินเหรินหยวนถูแห่งนิกายศักดิ์สิทธิ์แน่นอน!’
สำหรับลวี่หยางแล้ว ซั่วฮ่วนได้ศึกษามาแล้วว่า ชายผู้นี้มิใช่แค่เปี่ยมพรสวรรค์ หากยังเจนจัดเล่ห์กลเกินกว่าที่เมี่ยวอินเจินเหรินจะรับมือได้
นางจึงมาอาศัยเขาเป็นกำลังเสริม
แต่หารู้ไม่ว่า เขาเองก็มิอยากเข้าไปพัวพัน เพราะยังคิดจะพึ่งบารมีนิกายศักดิ์สิทธิ์อยู่ จะฆ่าคนของพวกนั้นได้อย่างไร
คิดได้ดังนี้ ซั่วฮ่วนจึงยิ้มกล่าว:
“เวลาไม่คอยท่า ท่านจงติดต่อเขาเสียเรียกหยวนถูมา ข้าจะรีบสังหารมันโดยเร็ว, ก็จะได้มีเวลาสนทนาเต๋ากับท่านมากขึ้