้พวกเขาต้มข้าวต้มให้เจ้าสักหน่อยแล้วกัน มีถั่วลิสง พุทราแดง ลูกเดือย ถั่วเขียว ลำไย เจ้าอยากกินข้าวต้มอะไร?”
“เจ้าคิดว่ากำลังฉลองเทศกาลล่าปาหรือ?” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ข้าไม่อยากกินข้าวต้ม ข้าอยากพักผ่อนสักหน่อย”
ทะเลาะกันมาทั้งคืน นางก็น่าจะเหนื่อยแล้วเช่นกัน
หลี่เชียนเอ่ยเสียงนุ่มว่า “ได้! เช่นนั้นเจ้ากินของว่างสักชิ้นรองท้องก่อนสักหน่อย ไว้เจ้าตื่นนอนแล้ว ข้าค่อยทำของกินให้เจ้า”
เขาค่อยๆ ปล่อยแขนอย่างอาลัยอาวรณ์
เจียงเซี่ยนหันตัวไป ไม่สนใจหลี่เชียน
แต่หลิวตงเยว่ที่อยู่ข้างๆ กลับเห็นแล้วคางจะร่วงลงมาแล้ว
หลี่เชียนกล้าเสียมารยาทกับท่านหญิง?!
ท่านหญิงควรจะตบปากเขาสักทีไม่ใช่หรือ?
ทำไมแค่ตวาดด่าไม่กี่คำ ไล่ออกไปก็จบแล้ว…
แล้วก็…ท่านหญิงเคยให้คนเข้าใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร?
ต่อให้เป็นซื่อจื่อชินเอินป๋อ ทั้งสองคนก็จะเดินคนละฝั่งอย่างสุภาพ
ท่านหญิงบอกว่านางถูกลักพาตัวมาไม่ใช่หรือ?
ทว่าตอนนี้…พอท่านหญิงไม่พอใจ หลี่เชียนก็ขอโทษท่านหญิงอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน…และท่านหญิงก็ปล่อยให้เขาง้อตนเองอยู่แบบนี้…
นี่…นี่คือโจรลักพาตัวกับตัวประกันหรือ?
มีโจรลักพาตัวกับตัวประกันแบบนี้ด้วยหรือ?
หลิวตงเยว่นึกว่าเจียงเซี่ยนออกมาจากหมู่บ้านกับหลี่เชียนอย่างไร
หรือว่าจะไม่ใช่การลักพาตัวอะไรทั้งนั้น แต่เป็นหนีตามผู้ชายไป…
———————————-
[1] คุณธรรมของสตรี ว่าด้วยเรื่องหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยา หลักสามเชื่อ