“ไปนอนเถอะ!” เจียงเจิ้นหยวนลูบศีรษะของเจียงลวี่ และเร่งเขาอีกครั้ง “ไม่ต้องคิดมาก เกิดเรื่องขึ้นแล้ว ก็ต้องคิดหาทางแก้ไข ไม่ใช่เอาแต่จมอยู่กับการตำหนิตนเอง เอาแต่เศร้าเสียใจ มันไม่ช่วยอะไร”
“ขอรับ!” เจียงลวี่พยักหน้ารับคำสั่งสอน และกำชับบิดา “ท่านพ่อก็พักผ่อนเร็วหน่อยนะขอรับ”
เจียงเจิ้นหยวนยิ้มและพยักหน้า
เจียงลวี่เดินออกไปข้างนอก
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เขาก็อดที่จะหันกลับมาไม่ได้ และเอ่ยว่า “ท่านพ่อ อ๋องเหลียวนั่น…”
“ข้ารู้ดี” เจียงเจิ้นหยวนเอ่ย “ทางประตูเมืองหลายแห่งนั้นก็ยังคงสืบอยู่เช่นกัน”
นั่นก็หมายความว่า เจียงเจิ้นหยวนไม่ได้เชื่อคำพูดของจินเซียวทั้งหมด
เช่นนั้นทำไมไม่ซักไซ้จินเซียวอีก?
เจียงลวี่อยากถามบิดามาก ทว่าพอคิดอีกทีก็คิดได้ว่าเกลือที่บิดาเคยกินมากกว่าสะพานที่เขาเคยเดินเสียอีก[1] บางทีบิดาอาจจะมีเจตนาอื่น เขาจึงกลืนคำพูดนี้ลงไป และกลับไปพักที่ห้อง
คนจากไปห้องว่างเปล่า มีเพียงไส้ตะเกียงที่ไหม้จนกลายเป็นรูปดอกไม้ที่ส่งเสียงอย่างมีความสุข
เจียงเจิ้นหยวนหลับตาลงและเอนหลังบนเก้าอี้ไท่ซือ พลางถอนหายใจอย่างแผ่วเบา ไม่กล้าคิดถึงสถานที่ที่เจียงเซี่ยนอยู่
มีเด็กรับใช้เดินเข้ามาอย่างระมัดระวังมาก และเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านกั๋วกง ซื่อจื่ออันลู่โหว ขอพบขอรับ!”
เติ้งเฉิงลู่?
เจียงเจิ้นหยวนขมวดคิ้ว
เขานึกถึงชายหนุ่มรูปงามที่พูดน้อยจนเหมือนคนซื่อและพูดไม่เก่ง
มาพบเขาเวลานี้ หรือว่าเติ