อ๋องเหลียว!
หรือว่าจะเป็นอ๋องเหลียว?
เจียงเจิ้นหยวนกับเจียงลวี่อดที่จะแลกเปลี่ยนสายตากันไม่ได้
ทว่าจินเซียวกลับยังคงเอ่ยอย่างน้อยใจอยู่ตรงนั้นว่า “เดิมทีข้าไม่คิดจะไป แต่ด้วยความเป็นเพื่อนกับเซ่าเจียงมาตั้งแต่เด็กจึงตามไป แล้วก็ได้ยินพวกเขาบอกว่า ช่วงนี้คนในเมืองหลวงต่างชอบไปตกปลาและเล่นไพ่ที่หมู่บ้านใกล้เคียง อีกไม่กี่วันข้าก็จะกลับไปไท่หยวนแล้ว ก็คิดว่าที่เมืองหลวงก็ถือว่ามีเพื่อนหลายคนแล้ว…”
เรื่องราวที่เหลือไม่พูด ทุกคนก็เดาได้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว
เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยโดยไม่รอให้จินเซียวพูดจบว่า “ข้ารู้แล้ว ข้าจะส่งคนไปสืบทางอ๋องเหลียว ดึกมากแล้ว ทุกคนกลับไปพักก่อนเถอะ! หากมีเรื่องอะไรข้าค่อยเรียกพวกเจ้า”
ความนัยที่แฝงในนั้นคือ ทุกคนต่างมีความน่าสงสัย ดังนั้นเรียกเมื่อไรก็มาได้เมื่อนั้นจะดีที่สุด
จินเซียวก้มหน้าลง และเดินออกไปกับพวกเฉาเซวียน
จ้าวเซี่ยวเกือบจะกลายเป็นลูกเขยของจวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว และเขาคิดว่า ตราบใดที่ตระกูลเจียงยังยอมรับการแต่งงานนี้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจียงเซี่ยน เขาก็ไม่อาจเสนอให้ถอนหมั้นเองได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ตั้งใจหาเจียงเซี่ยนให้พบดีกว่า
เขาไม่กลับไป และเอ่ยกับเจียงเจิ้นหยวนเองว่า “ข้าพาทหารสอดแนมเข้าเมืองหลวงมาด้วยสองสามคน ใช้ได้หรือไม่?”
ทหารสอดแนมเป็นทหารที่ในกองทัพใช้เพื่อสืบสถานการณ์ทางการทหารและสืบข่าว จึงเก่งกว่าคนธรรมดามากทีเดียว
ก่อนหน้านี้ที่ส