ของเขา มีครั้งหนึ่งเจียงเซี่ยนเหมือนจะกินผักดองมากไปจนทำให้บวม
“ท่านดื่มชาให้ชุ่มคอสักหน่อยดีกว่าขอรับ?” หลิวตงเยว่เอ่ยพลางยื่นชาไปใกล้มือของเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนโยนหมั่นโถวในมือลงในชามเครื่องลายครามลายพืชน้ำอย่างไม่พอใจ แล้วรับชาที่หลิวตงเยว่ส่งมาไปดื่มสองสามอึก จึงรู้สึกว่าในช่องคอสดชื่นขึ้นมาก
หลิวตงเยว่เห็นแล้วก็อดที่จะเตือนนางไม่ได้ “ท่านหญิง ในเมื่อหลี่เชียนสามารถเอาของว่างมาให้ท่านได้ และยังสามารถนำน้ำแกงไก่ที่มีควันกรุ่นๆ มาได้ด้วย ท่านอยากกินอะไรก็บอกหลี่เชียนก็ได้ ท่านทำแบบนี้ หากไทฮองไทเฮาทรงทราบ ยังไม่รู้ว่าจะเสียพระทัยแค่ไหนนะขอรับ!”
“ไทฮองไทเฮาไม่มีทางรู้หรอก” เจียงเซี่ยนพึมพำ และยื่นถ้วยชาให้หลิวตงเยว่ แล้วยื่นมือออกไป และเอ่ยว่า “เจ้าพยุงข้าหน่อย…วันนี้ข้าไม่ได้ขยับตัวเลย ลุกไม่ขึ้นแล้ว”
หลิวตงเยว่รีบวางถ้วยชาลงและพยุงเจียงเซี่ยนขึ้นมา และเอ่ยอย่างเอาใจใส่ว่า “ท่านจะไปไหนหรือขอรับ? ข้างนอกฟ้าจะมืดแล้ว ข้าได้ยินอวิ๋นหลินบอกว่า ทุกคนพักสักครู่แล้วก็จะออกเดินทางและรีบเดินทางต่อแล้ว” พอเอ่ยถึงตรงนี้ เขาก็ชะงักไป แล้วกดเสียงให้เบาลง พลางเอ่ยว่า “ท่านหญิง หลี่เชียนไม่อยู่ขอรับ! เมื่อครู่ตอนที่ข้าไป เขาก็ไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเขาไปทำอะไร?”
ตั้งแต่วันที่หลิวตงเยว่เห็นเจียงเซี่ยนขว้างหมอนอิงใบใหญ่ใส่หลี่เชียนเองกับตา ทว่าหลี่เชียนกลับไม่โกรธนั้น เขาก็ไม่ค่อยกลัวหลี่เชียนแล้ว แถ