ถึงอย่างไรพวกเจียงลวี่ก็ยังอายุน้อย เทียบกับเจียงเจิ้นหยวน ไม่ว่าจะเป็นเส้นสายหรือวิธีการทำงานต่างก็อยู่คนละระดับกันทั้งนั้น มีเจียงเจิ้นหยวนออกหน้า อะไรๆ ก็จัดการได้ง่ายขึ้น
ทุกคนร่าเริงขึ้น ต่างคนต่างก็เริ่มเล่าเรื่องราวของตนเอง
เจียงเจิ้นหยวนคอยฟังอย่างตั้งใจ และถามเล็กน้อยตลอด ทุกคนก็เริ่มหวนคิดถึงเหตุการณ์ในตอนนั้นตามคำพูดของเขา กว่าเจียงเจิ้นหยวนจะถามจบก็กลางยามห้าย[1]แล้ว
ทุกคนต่างไม่ได้รับประทานอาหารเย็น ตอนคุยยังไม่รู้สึก เวลานี้คุยจบไปช่วงหนึ่งก็รู้สึกว่าหิวมาก
เจียงเจิ้นหยวนรู้สึกเสียใจมาก จึงเอ่ยว่า “เป็นเพราะช่วยเจียหนานของพวกเราแท้ๆ ถึงทำให้ทุกคนหิว”
เขารีบสั่งให้ห้องครัวที่รออยู่นานมากแล้วนำอาหารมา
ทว่าตัวเขาเองกลับกินอะไรไม่ลงทั้งนั้น และอยากกลับไปคิดเรื่องของเจียงเซี่ยนอย่างละเอียดอีกที แล้วก็คิดว่าเขาอยู่ที่นี่พวกเด็กๆ จะรู้สึกอึดอัด จึงทิ้งเจียงลวี่ไว้ให้อยู่เป็นเพื่อน และเขาก็กลับห้องนอนคนเดียว
ฝางจื่อชิงก็จับตาดูความเคลื่อนไหวของห้องหนังสืออยู่ตลอดเช่นกัน พอเห็นเจียงเจิ้นหยวนกลับมา ก็รีบเข้าไปช่วยสามีเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็วางถ้วยกับตะเกียบดูแลให้เขารับประทานอาหารด้วยตนเอง
เจียงเจิ้นหยวนมองฝางจื่อชิงที่ยุ่งหัวหมุนอยู่รอบตนเองแล้วก็อดที่จะถอนหายใจยาวๆ ไม่ได้ และเอ่ยว่า “พรุ่งนี้เจ้าเข้าวังเมื่อไร?”
หลังจากฝางจื่อชิงกำชับหญิงรับใช้ประจำตัวว่าให้นำชาอะไรมาให้เจียงเ