าเดิม ข้าก็จะไม่ทรยศและทอดทิ้งนางเช่นกัน!”
เจียงลวี่ตบบ่าข้างที่ไม่ได้รับบาดเจ็บของจ้าวเซี่ยวอย่างปลื้มใจ
ไม่ว่าจะจริงหรือเท็จ อย่างน้อยจ้าวเซี่ยวก็ได้แสดงท่าทีต่อหน้าทุกคนอย่างชัดเจนแล้ว
ก็ไม่เสียแรงที่ตอนนั้นตระกูลเจียงกับวังฉือหนิงต่างเลือกเขาแล้วเช่นกัน
เจียงลวี่เอ่ยกับหวังจ้านว่า “เจ้าอยู่หน่วยองครักษ์ เรื่องนี้มีแต่เจ้าที่ถามได้สะดวก เจ้าฉวยโอกาสที่เวลานี้ประตูเมืองยังไม่ปิด รีบกลับไปเมืองหลวงหน่อย หากช้ากว่านี้ ก็เกรงว่าจะต้องรอถึงพรุ่งนี้แล้ว”
เรื่องแบบนี้ยิ่งล่าช้าก็ยิ่งไม่เป็นผลดีต่อพวกเขา
ใบหน้าของหวังจ้านหม่นหมองและแย่จนถึงขีดสุดแล้ว เขาพยักหน้าอย่างเงียบๆ และเดินออกไปข้างนอกอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเรียกชื่อผู้ติดตามของตนเองไปด้วย และถามว่า “เตรียมม้าพร้อมหรือยัง” ไม่นานเงาร่างของเขาก็หายไปต่อหน้าทุกคน
จินเซียวถอนหายใจยาวเหยียด แล้วเอ่ยอย่างเสียใจและโทษตนเองว่า “หากข้าไม่ชวนท่านหญิงเจียหนานมาที่หมู่บ้านก็ดี?”
เจียงลวี่รู้ว่าทุกคนต่างรู้สึกไม่สบายใจ แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดเรื่องพวกนี้
เขาปลอบใจจินเซียวว่า “หากเขาเป็นคนทำจริง ต่อให้ไม่มีครั้งนี้ ก็อาจจะมีครั้งหน้าเช่นกัน”
จินเซียวพยักหน้า เขาลังเลอยู่ไม่กี่อึดใจก็เอ่ยว่า “ท่านพี่อาลวี่ เรื่องนี้ข้าก็มีส่วนต้องรับผิดชอบด้วย ท่านอยากให้ข้าทำอะไร สั่งมาได้เลย ข้าก็หวังว่าจะหาท่านหญิงเจียหนานเจอได้เร็วหน่อยเช่นกัน”
เจียงลวี