เติ้งเฉิงลู่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือข้างๆ เบือนหน้าไปทางอื่นเหมือนมองตรงๆ ไม่ได้
ทว่าจ้าวเซี่ยวกลับเดินเข้ามาจากข้างนอกอย่างรวดเร็ว และเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า “อาลวี่ ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า!”
พอพบว่าเจียงเซี่ยนหายตัวไป เจียงลวี่กับเติ้งเฉิงลู่ก็รับผิดชอบซักถามพ่อบ้านกับหญิงรับใช้ในหมู่บ้าน เฉาเซวียนกับไป๋ซู่รับผิดชอบซักถามคนรับใช้ข้างกายเจียงเซี่ยน ส่วนจ้าวเซี่ยว จินเซียว และหวังจ้านแยกกันค้นหาเบาะแสในหมู่บ้าน
พอเห็นจ้าวเซี่ยวเอ่ยแบบนี้ เจียงลวี่ก็ลุกขึ้นยืนทันที และไปที่โถงบุปผาที่อยู่ข้างๆ กับจ้าวเซี่ยว
“คนของข้าพบรอยล้อรถตื้นๆ ตรงประตูเล็กตรงมุมกำแพงด้านหลัง” จ้าวเซี่ยวกดเสียงให้เบาลง “หากไม่สังเกตให้ดี ก็ไม่เห็นด้วยซ้ำ แต่ลูกน้องของข้าคนนี้เดิมทีเป็นทหารสอดแนม เขาบอกว่า…น่าจะเป็นรถม้าที่น้ำหนักค่อนข้างเบาสองล้อ บรรทุกได้มากสุดสามร้อยจิน[1]”
เจียงลวี่ก็มาจากตระกูลทหารเช่นกัน และเป็นทหารที่เก่งมาก
เขาจึงเข้าใจทันที
รถม้าแบบนี้ใช้งานสะดวก ทว่าก็ไปได้ไม่ไกลเช่นกัน
“เจ้าหมายความว่า เป่าหนิงไม่อยู่ที่หมู่บ้านแล้ว?” เจียงลวี่สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจียงเซี่ยนหายตัวไป ตอนแรกเขาเป็นห่วงว่านางจะตกน้ำหรือหกล้ม
“ข้าคิดว่าเป็นเช่นนี้” จ้าวเซี่ยวเอ่ย “เจ้าลองคิดดู หลิวตงเยว่ก็หายตัวไปเหมือนกัน”
คนรับใช้ข้างกายเจียงเซี่ยนบอกว่า ก่อนหน้านี้เจียงเซี่ยนเล่นอยู่ในศาลา และกำลังจะกลับไปแล้ว