หลี่เชียนหลุบตาลง และเอ่ยเสียงเบาว่า “ข้าไม่ได้มีธุระอะไร เพียงแค่อยากมาเยี่ยมเจ้าเท่านั้น เจ้าก็รู้ว่าครั้งนี้ข้าออกจากเมืองหลวงไป ยังไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไร มีเรื่องบางเรื่องที่อยากคุยกับเจ้าตอนที่จากไป และฟังความเห็นของเจ้าสักหน่อย!”
แต่ก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เหมือนกันนี่นา!
เจียงเซี่ยนไม่ค่อยเชื่อนัก จึงมองเขาอย่างสงสัย และเอ่ยว่า “เป็นเช่นนั้นจริงหรือ?”
“เป็นเช่นนั้นจริงๆ” หลี่เชียนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เหมือนทำตัวให้ร่าเริงขึ้น เขาเงยหน้าขึ้นมา ในดวงตาแสงดาวทอประกายวิบวับ รอยยิ้มก็กลายเป็นอบอุ่นขึ้นเช่นกัน “ช่วงกลางเดือนสามข้าก็กลับซานซีแล้ว เจ้าอาจจะไม่รู้ว่า ท่านพ่อมีกุนซืออยู่ผู้หนึ่ง เมื่อก่อนเป็นซิ่วไฉที่สอบตก และเพราะมีความบาดหมางกับในเผ่า จึงออกจากบ้านเกิด ตอนหลังพบท่านพ่อ ทั้งสองคนถูกคอกันมาก เขาจึงตามท่านพ่อขึ้นไปยังหมู่บ้านที่ตั้งเป็นป้อมบนภูเขา และเป็นกุนซือของท่านพ่อ หลายปีนั้นโชคดีที่มีเขาช่วยออกความคิดและวางแผน ท่านพ่อจึงสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ตอนหลังท่านพ่อมีอำนาจมาก ราชสำนักมาเกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนนและสวามิภักดิ์ ท่านพ่อไม่อยาก เพราะคิดว่าหลังจากยอมจำนนและสวามิภักดิ์แล้วต้องถูกคนควบคุม แถมอย่างมากที่สุดราชสำนักก็ให้ได้เพียงแค่ตำแหน่งระดับห้าแก่เขาก็ถึงจุดสูงสุดแล้ว ภายหลังก็เป็นเพราะท่านฝูอวี้ อ้อ ก็คือกุนซือคนนั้น ช่วยออกหน้ามอบเงินจำนวนมากให้อู๋เยี่ยนเต้าผู้ว่าราช