การมณฑลซานซีในตอนนั้น แถมยังจับจุดอ่อนของอู๋เยี่ยนเต้าได้ อู๋เยี่ยนเต้าไม่มีทางเลือก จึงพยายามรับรองท่านพ่อ โดยหลังจากยอมจำนนและสวามิภักดิ์แล้วก็แต่งตั้งให้เป็นแม่ทัพระดับสาม และยังกลายเป็นขุนนางใหญ่ ท่านพ่อจึงขอบคุณเขามาก และฟังเขาแทบทุกเรื่อง”
“ตอนที่พวกเราไปฝูเจี้ยน เขาก็บอกท่านพ่อว่า ออกจากบ้านเกิด ไร้ญาติขาดมิตร สูญเสียที่พึ่งพิง ผู้คนดูหมิ่น การไปฝูเจี้ยนเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ ทว่าสุดท้ายพวกเรายังต้องกลับซานซีอยู่ดี ไม่อย่างนั้นก็ทำได้เพียงปล่อยให้คนฆ่าเหมือนเนื้อที่อยู่บนเขียงจริงๆ”
“เขาก็ปรึกษากับท่านพ่อ และแอบทิ้งกำลังทหารเกือบครึ่งหนึ่งไว้ที่ซานซี”
นี่หลี่เชียนกำลังเล่าประวัติความเป็นมาของตระกูลหลี่ให้นางฟังหรือ!
เจียงเซี่ยนฟังอย่างสนใจ
ชาติก่อนนางก็เคยสืบ แต่ทุกคนต่างพูดอย่างคลุมเครือ กระทั่งยังมีคนปล่อยข่าวลือว่าภรรยาใหม่ของหลี่ฉางชิงเป็นลูกสาวของอู๋เยี่ยนเต้า ดังนั้นตอนนั้นอู๋เยี่ยนเต้าถึงได้พยายามปกป้องหลี่ฉางชิงต่อหน้าเฉาไทเฮาอย่างสุดชีวิต
นางยังไปสืบมาแล้วจริงๆ
ปรากฏว่าพบว่าไม่ได้เป็นแบบนั้นเลย
อู๋เยี่ยนเต้ามีภรรยาและอนุภรรยาไม่น้อย ทว่าไม่มีลูก
“พวกเจ้าจับจุดอ่อนอะไรของอู๋เยี่ยมเต้าได้กันแน่?” นางถามอย่างอยากรู้
หลี่เชียนยิ้มและเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน ท่านพ่อไม่เคยบอกข้า แต่ทุกครั้งที่เอ่ยถึงจะดูถูกมาก หากเจ้าอยากรู้ ข้าจะลองไปถามท่านพ่อสักวัน”
ในเมื่อเป็นเช