ยปลอบนางยามที่นางป่วยตอนเด็กๆ ทำให้นางรู้สึกเศร้าในทันใด
เจียงเซี่ยนก้มหน้าลง
นางเดินรวดเดียวไกลขนาดนี้น้อยมาก แถมขึ้นเนินลงเนินอย่างต่อเนื่องตลอดทาง จึงเจ็บเท้า เมื่อยขา และรู้สึกหายใจติดขัดเล็กน้อย
สาเหตุที่อดทนไว้ก็เพราะกลัวหลี่เชียนถูกคนพบเห็น
นางได้ยินแล้วก็เกาะต้นไม้ที่อยู่ข้างๆ และเอ่ยปนหอบหายใจเบาๆ ว่า “เจ้าเดินเร็วขนาดนั้นทำไม?”
หลี่เชียนเอ่ยด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ขอโทษ! ข้ารู้สึกร้อนใจนิดหน่อย”
เจียงเซี่ยนพยักหน้า ถือว่าให้อภัยเขาแล้ว
แต่เขากลับเอ่ยเสียงอ่อนโยนว่า “เป่าหนิง เจ้าเกาะข้าเถอะ! ระวังแมลงตัวเล็กในป่านี้จะแอบกัดมือเจ้า”
มือของเจียงเซี่ยนอยู่บนต้นไม้ เผยให้เห็นข้อมือขาวเล็กน้อย สะท้อนกับเปลือกไม้สีน้ำตาล และอ่อนนุ่มเหมือนรากบัว ทำให้คนเห็นแล้วอยากลองงับเบาๆ สักครั้ง
หลี่เชียนยับยั้งความคิดในใจอย่างยากลำบาก เขายื่นแขนไปตรงหน้าเจียงเซี่ยน และเอ่ยอย่างเด็ดขาด “ข้าจะพยุงเจ้าไป”
เจียงเซี่ยนหัวเราะออกมา
เขาคิดว่าเขาเป็นขันทีหรือ?
เมื่อก่อนตอนที่นางเป็นไทเฮา เขาไม่เคยประจบนางแบบนี้เลย เวลานี้ทั้งสองคนเปลี่ยนสถานะแล้ว เขากลับยิ่งไม่มีเหตุผล และทำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง
นางคิดอีกทีก็คิดว่าจะให้คนพบร่องรอยของทั้งสองคนไม่ได้ จึงรีบเก็บเสียง
ทว่าเรื่องนี้ช่างน่าขันมากเสียจริง
นางยังอยากหัวเราะทำอย่างไรดี?
เจียงเซี่ยนกลั้นยิ้ม แก้มแดง นัยน์ตาทอประกาย ราวกับต้นไห่ถังที่งดงาม
นี่ก็เป