ลรับใช้รีบมาปูฟูกหนาๆ ลงบนเตียงอรหันต์ขาสั้นทางตะวันตก ช่วยเจียงเซี่ยนกับไป๋ซู่ล้างหน้ากับเปลี่ยนเสื้อผ้า และเอนหลังพักผ่อนบนเตียงอรหันต์ ส่วนหลิวตงเยว่ก็สั่งให้นางในกับสาวใช้ของทั้งสองคนทำความสะอาดบ้าน
และเพราะคนที่รับใช้ข้างกายไป๋ซู่มีอยู่สองสามคนที่ออกมาจากในวัง หลิวตงเยว่เรียกใช้ขึ้นมาก็คุ้นเคยและง่าย ผู้ติดตามของทั้งสองคนเหมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน แม้จะคนเยอะ แต่กลับไม่วุ่นวาย
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วก็ตบหมอนอิงใบใหญ่ข้างกาย และเอ่ยอย่างคับแค้นใจว่า “ไม่รู้ว่าตอนที่ข้าแต่งงาน ให้ฝ่าบาทเลื่อนให้ข้าเป็นองค์หญิงได้หรือไม่ เช่นนี้ข้าก็สามารถพาหลิวตงเยว่ไปด้วยได้แล้ว”
“เจ้าฝันไปเถอะ!” ไป๋ซู่มองนางตาขวาง และเอ่ยว่า “ฝ่าบาททรงอนุญาตให้เจ้าออกจากเมืองหลวงก็ดีแค่ไหนแล้ว” พูดถึงตรงนี้ นางก็อดที่จะลดเสียงให้เบาลงไม่ได้ และเอ่ยว่า “เจ้าว่าฝ่าบาทต้องการอะไรกันแน่? ในเมื่อไม่กล้าขัดพระราชประสงค์ของไทเฮา ทำไมยังจับเจ้าไว้ไม่ยอมปล่อยอีกล่ะ! ยังดีที่เจ้าเจอซื่อจื่อจิ้งไห่โหวแล้ว ไม่อย่างนั้นชีวิตนี้เจ้าก็เลิกคิดที่จะแต่งงานไปได้เลย!”
————————————-
[1] ยามเหม่า = ช่วงเวลา 05.00-06.59 น.
[1] ยามเหม่า = ช่วงเวลา 05.00-06.59 น.