างเงียบๆ และลุกขึ้นบอกลา
เจียงเซี่ยนให้ฉิงเค่อออกไปส่งเขาข้างนอก แล้วสั่งหลิวตงเยว่ “เช่นนั้นก็ให้ผู้ติดตามของซื่อจื่อจิ้งไห่โหวมาขอบคุณข้าแทนเจ้านายของเขาเถอะ”
หลิวตงเยว่ยิ้มพลางขานรับ และออกจากตำหนักใหญ่ไปถ่ายทอดคำพูด ผู้ติดตามของจ้าวเซี่ยวก็คุกเข่าลงหน้าม่านประตูที่หนามากของตำหนักใหญ่และคำนับเจียงเซี่ยนอย่างเคารพนบนอบสามครั้ง
หลี่เชียนหันกลับไปเห็นผู้ติดตามคนนั้นกำลังคุกเข่าคำนับพอดี
เจียงเซี่ยนคงจะไม่ได้ชอบจ้าวเซี่ยวเหมือนอย่างที่เขาคิดใช่หรือไม่?
เมื่อครู่นางยังเป็นห่วงว่าเขาจะทำงานหนักอยู่เลย!
พอคิดถึงตรงนี้ หลี่เชียนก็อดที่จะเปิดซองจดหมายฉบับนั้นไม่ได้
ข้างในเป็นเทียบขอพบของเจียงเจิ้นหยวน
หลี่เชียนเบิกตาโต
ทุกคนต่างรู้ว่า…ตอนนี้เขาเป็นคนของเฉาไทเฮา
แต่เจียงเซี่ยนกลับให้เทียบขอพบของเจียงเจิ้นหยวนกับเขา…
หลี่เชียนจับเทียบขอพบฉบับนั้นแน่น หัวใจเหมือนจะกระโดดออกมาจากในอก
เขานึกถึงตอนเด็ก ทุกครั้งที่ถึงฤดูร้อน เขามักจะชอบพาเด็กกลุ่มหนึ่งไปจับปลาในแม่น้ำ
ทุกครั้งที่ถึงช่วงเวลานี้ คนรับใช้ในบ้านก็จะกำชับเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า อย่าไปทางต้นน้ำ กระแสน้ำที่ต้นน้ำเร็วเกินไป ระวังจะจมน้ำ
พูดมากแล้ว ในที่สุดก็มีครั้งหนึ่งที่เขาทนไม่ไหว และแอบเอาเชือกหนาไปที่ริมแม่น้ำ เขาผูกปลายเชือกหนาข้างหนึ่งไว้กับแขนเขา และผูกปลายอีกข้างไว้กับต้นไม้ริมแม่น้ำ แล้วว่ายไปทางต้นน้ำ…ปรากฏว่า เขาค้นพบป่าท้อแห่