า “เป็นฮ่องเต้…กลับหยิบดาบมาแทงขุนนางจนบาดเจ็บเสียเอง นี่หากแพร่งพรายออกไป เขาไม่อายงั้นหรือ? สยงจื้อเหวินล่ะ? จั่วอี่หมิงล่ะ? พวกเขาไปไหนกันหมด? พวกเขาอบรมสั่งสอนฝ่าบาทแบบนี้หรือ? แล้วยังเกาหลิ่ง? เขาทำอะไรอยู่?”
สยงจื้อเหวินอาจารย์ของฮ่องเต้รับผิดชอบสอนหนังสือให้จ้าวอี้ จั่วอี่หมิงมหาบัณฑิตสำนักฮั่นหลินควบตำแหน่งขุนนางฝ่ายพิธีการกองพิธีการคอยติดตามอยู่ข้างกายจ้าวอี้ รับผิดชอบร่างราชโองการและจัดการหนังสือราชการให้จ้าวอี้ตลอดเวลา ทั้งสองคนต่างเป็นนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงในราชสำนักด้านหนังสือโบราณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสยงจื้อเหวินที่มีผลงานมากมายจนซ้อนกันได้สูงเท่าตัวผู้เขียนแล้ว ทุกประโยคและทุกการกระทำของเขาเป็นตัวอย่างที่ดีของบัณฑิตเจียงหนานมาตลอด ส่วนเกาหลิ่งนั้นเวลานี้เป็นหัวหน้าหน่วยองครักษ์รับผิดชอบคุ้มกันจ้าวอี้
สามคนนี้เป็นขุนนางคนสนิทของฮ่องเต้ และมีหน้าที่เตือนจ้าวอี้เรื่องการพูดและกิริยาท่าทาง
หย่งเซิ่งเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก
ตอนที่เฉาไทเฮากุมอำนาจทางการเมือง นางเคยขังอาจารย์ที่ควบคุมจ้าวอี้ไม่ได้ในคุกหลวง เพื่อให้จ้าวอี้เรียนหนังสือ…
“อีกไม่นานก็น่าจะมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เขาคิดแล้วก็ร้อนใจแทนสามคนนี้ และเอ่ยว่า “เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ใครก็คิดไม่ถึง…”
เฉาไทเฮาเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง แต่ในใจกลับไม่ได้ร้อนใจเช่นภายนอก
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าจ้าวเซี่ยวยังมีความกล้าเช่นนี้ด้วย!
ดูเหม