ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของเฉาไทเฮากับไทฮองไทเฮาคือหลายปีนั้นที่นางถูกฮ่องเต้อิงจงเมินเฉย
ตอนนั้นหากไม่มีไทฮองไทเฮาคอยปกป้องนางทั้งต่อหน้าและลับหลัง นางคงจะใช้ชีวิตลำบากกว่านี้
ตอนหลังเฉาไทเฮามีจ้าวอี้ และเริ่มแข่งกับฉินกุ้ยเฟย ไทฮองไทเฮารู้สึกว่าเฉาไทเฮาไม่มีมาดของมารดาของฮ่องเต้ แต่เฉาไทเฮากลับรู้สึกว่าไทฮองไทเฮาไร้ความสามารถและขี้ขลาดเกินไป ทั้งสองคนจึงห่างกันไปเรื่อยๆ
เฉาไทเฮายอมรับว่าตนเองค่อนข้างรู้จักไทฮองไทเฮาดีทีเดียว
ไทฮองไทเฮาต้องมีธุระอะไรกับนางอย่างแน่นอน ดังนั้นถึงได้จะกินข้าวโต๊ะเดียวกับนาง
และคนที่สามารถทำให้ไทฮองไทเฮาใช้สมองและออกแรงแบบนี้ได้ นอกจากเจียงเซี่ยนแล้วก็ไม่มีใครอื่นอีก
นางกวาดสายตาผ่านเจียงเซี่ยนไป และเอ่ยว่า “เช่นนั้นหม่อมฉันก็ไปเสวยพระกระยาหารที่ตำหนักอี๋อวิ๋นเป็นเพื่อนเสด็จแม่แล้วกัน!”
ไทฮองไทเฮาพยักหน้าและลุกขึ้นยืน
ไทฮองไท่เฟยรีบพยุงไทฮองไทเฮา แล้วทุกคนก็ไปที่ตำหนักอี๋อวิ๋น
จ้าวอี้เห็นแล้วก็รู้สึกว้าวุ่นใจ ตอนที่เดินถึงตำหนักอี๋อวิ๋น เขาเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “เช่นนั้นข้ากลับตำหนักเหรินโซ่วแล้ว อีกสักครู่ค่อยมาคุยเป็นเพื่อนเสด็จย่ากับเสด็จแม่” แล้วก็จากไปอย่างสง่าผ่าเผย
ไทฮองไทเฮากับเฉาไทเฮาต่างไม่สนใจ และเข้าไปในตำหนักอี๋อวิ๋นทันที
คนที่รับใช้ตำหนักอี๋อวิ๋นได้ข่าวก่อนแล้ว อาหารทั้งหมดจึงวางไว้พร้อมแล้ว ไทฮองไทเฮานั่งเป็นประธาน ที่นั่งที่ต่ำกว่าทางซ้าย