ย่อมให้พ่อแม่เป็นคนตัดสินใจทุกอย่าง”
“ฝ่าบาทสีพระพักตร์คลายความพิโรธลงเล็กน้อย แล้วถามซื่อจื่ออันลู่โหว”
“ปรากฏว่าซื่อจื่ออันลู่โหวบอกว่า อันลู่โหวกับฮูหยินอนุญาตให้เขาแต่งงานกับคนที่ตนเองชอบแล้ว ขอเพียงคนที่เขาชอบเลือกเขา เขาก็จะไม่ทำให้นางผิดหวัง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงานและพากลับไป”
“ฝ่าบาทสีพระพักตร์เขียวทันที แล้วถามซื่อจื่อจิ้งไห่โหว”
พอเอ่ยถึงตรงนี้ หย่งเซิ่งก็ชะงักไป เสียงก็เบาลงเล็กน้อยเช่นกัน
“ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวบอกว่า ขอให้ได้คนที่จริงใจกับตนเองและอยู่ด้วยกันไปจนแก่เฒ่า เขาอยากแต่งงานกับคนที่ตนเองชอบเหมือนกับซื่อจื่ออันลู่โหวพ่ะย่ะค่ะ”
“ฝ่าบาทก็จ้องและถามซื่อจื่อจิ้งไห่โหวว่า แล้วถ้าหากมีคนขัดขวางตรงกลางล่ะ?”
“ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็ประสานสายตากับฝ่าบาท และบอกว่า…เขาจะทำแบบซื่อจื่ออันลู่โหว ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแต่งงานและพาตัวกลับไป”
“ทีนี้ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวก็เหมือนกับแหย่รังแตนเข้าแล้ว เขายั่วโมโหฝ่าบาท ฝ่าบาทจึงหันไปชักดาบหลงเฉวียนที่อยู่หลังกำแพงออกมาแทงซื่อจื่อจิ้งไห่โหวทันที”
“ซื่อจื่อจิ้งไห่โหวไม่กล้าหลบ จึงถูกแทงเช่นนี้”
“ซื่อจื่ออันลู่โหวเห็นแล้วก็ร้องขึ้นมาเสียงดัง…”
“ตอนที่กระหม่อมมา ขันทีตู้กับขันทีซุนกำลังคุกเข่าเกลี้ยกล่อมฝ่าบาทอยู่” และเอ่ยอีกว่า “กระหม่อมสั่งให้คนไปเรียกหมอหลวงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“บังอาจนัก!” เฉาไทเฮาเหมือนโกรธและทำอะไรไม่ได้ จึงเอ่ยอย่างเกลียดชังว่