อย่างไม่เห็นด้วย “ไว้อีกไม่กี่วันอากาศอุ่นแล้วค่อยว่ากัน”
“เรื่องนี้จะทำตามอารมณ์ของเจ้าไม่ได้” ไป๋ซู่มองนางอย่างจริงจังครั้งหนึ่ง และเอ่ยว่า “ข้าจะทูลไทฮองไทเฮาเดี๋ยวนี้ และคิดหาทางย้ายแม่นมที่ทำอาหารเป็นมาให้เจ้าสักคน ตอนที่เจ้ากำลังโต จะหิวอยู่ได้อย่างไร”
หลังจากนั้นก็ลากเจียงเซี่ยนไปห้องอุ่นตะวันออก โดยไม่สนว่านางจะพูดอย่างไร
ไทฮองไทเฮารู้แล้วก็แค่ส่ายหน้า จนกระทั่งขึ้นเรือและนั่งในห้องโดยสารบนเรือเรียบร้อยแล้ว ก็อดที่จะเอ่ยถึงเรื่องนี้กับไทฮองไท่เฟยเบาๆ ไม่ได้ “ถึงอย่างไรในวัง ฝ่าบาทก็ใหญ่ที่สุด ข้าดีกับเป่าหนิงแค่ไหน นางก็รู้สึกว่าเหมือนอยู่บ้านคนอื่นอยู่ดี หิวก็ไม่กล้าขอของกิน ข้าว่า…ไว้อากาศอุ่นแล้ว ก็ให้นางกลับไปอยู่จวนองค์หญิงแล้วกัน นางอยู่ที่นั่นไม่มีการควบคุม อยากทำอะไรก็ทำได้อย่างอิสระ”
ไทฮองไท่เฟยยิ้มและเอ่ยว่า “ไทฮองไทเฮาตัดใจจากเป่าหนิงได้หรือเพคะ? จ่างจูออกจากวังแล้ว หม่อมฉันนอนไม่หลับทุกคืน ยิ่งกว่านั้นเป่าหนิงยังเป็นคนที่ไทฮองไทเฮาทรงเลี้ยงมาด้วยพระองค์เองด้วย!”
“ตัดใจไม่ได้ก็ต้องปล่อยนางออกจากวังไปอยู่ดี” ไทฮองไทเฮาถอนหายใจพลางเอ่ยว่า “ข้าอายุมากแล้ว ยังจะมีชีวิตอยู่ได้อีกกี่ปี! อย่างไรก็ให้นางเสียเวลากับไม้ใกล้ฝั่งอย่างข้าไม่ได้กระมัง?”
ทั้งสองคนกำลังคุยกันอยู่ เรือก็จอดอย่างกระทันหัน
ไทฮองไทเฮาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ
ไทฮองไท่เฟยรีบเอ่ยว่า “หม่อมฉันจะลองไปถามนางใน