ไทฮองไทเฮาอยากจัดการเรื่องของเจียนเซี่ยนให้เสร็จเร็ว จึงเอ่ยว่า “ไม่จำเป็นต้องทางการขนาดนั้น อีกสามวันก็แล้วกัน ถึงเวลานั้นเป่าหนิงไปกับหม่อมฉัน หม่อมฉันเคยไปภูเขาวั่นโซ่วก่อนเป่าหนิงเกิดปีหนึ่ง”
ตั้งแต่เจียงเซี่ยนเกิด เพื่อดูแลนาง ไทฮองไทเฮาก็ไม่เคยออกจากเมืองหลวงอีกเลย
จ้าวอี้ไปจัดการอย่างดีใจ
ทว่าไทฮองไทเฮากลับแอบยิ้มเยาะกับไทฮองไท่เฟย “ข้าว่าเขารีบร้อนขนาดนี้ คงจะอยากไปเยี่ยมคนสกุลฟางกระมัง?”
ไทฮองไท่เฟยได้ยินก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อย และเอ่ยเสียงเบาว่า “เฉาไทเฮายังเก็บสตรีผู้นั้นไว้หรือ? แบบนี้หากแพร่งพรายออกไปจะทำอย่างไรดี?”
ไทฮองไทเฮาเอ่ยอย่างไม่เห็นด้วยว่า “ช่วงนี้ขุนนางใหญ่ที่ปกครองแต่ละมณฑลต่างเข้าเมืองหลวงไม่ใช่หรือ? ข้าว่าถึงคนสกุลเฉาจะอยากจัดการคนสกุลฟางก็อาจจะรอจนเรื่องพวกนี้สงบลงแล้ว ข้าได้ยินอาจ้านบอกว่า ฝ่าบาทให้หลี่ฉางชิงแม่ทัพฝูเจี้ยนเป็นแม่ทัพซานซีแล้ว”
ไทฮองไท่เฟยก็เป็นคนเก่าแก่ในวังแล้วเช่นกัน ยิ่งกว่านั้นตอนที่นางเข้าวังก็คอยรับใช้ไทฮองไทเฮา ทั้งสองคนก็เป็นคนที่ผ่านเรื่องราวมามากมายเช่นกัน จึงมีความรู้มากกว่าสนมในวังหลังทั่วไปเล็กน้อย
พอนางได้ยินก็รู้ว่าเฉาไทเฮากำลังทำข้อแลกเปลี่ยนกับจ้าวอี้ บางทีที่จ้าวอี้ยอมอ่อนข้อให้ก็อาจจะเป็นเพราะว่าคนสกุลฟางยังอยู่ในกำมือของเฉาไทเฮาก็ได้!
เสียดายก็แต่เป่าหนิง
หากไม่มีเรื่องนี้ นางแต่งเข้าวังอย่างราบรื่น และเป็นฮองเฮา พวกนา