นการของตนเองอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นเจ้าฟังไทฮองไทเฮาก็พอแล้ว…หากไทฮองไทเฮาถามขึ้นมา เจ้าก็บอกว่าต้องกลับมาปรึกษาข้า ต่อให้ไทฮองไทเฮาถูกใจแล้ว พวกเราก็ต้องดูให้รอบคอบ นี่เป็นเรื่องสำคัญในชีวิตของเป่าหนิง!”
ฝางจื่อชิงพยักหน้าติดกันหลายครั้ง
เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยอีกว่า “เจ้าให้สาวใช้ไปเรียกอาลวี่มา เด็กอย่างพวกเขาวางตัวกับคนรุ่นก่อนอย่างพวกเราแบบหนึ่ง เวลาอยู่กับคนที่อายุใกล้เคียงกับตนเองก็อีกแบบหนึ่ง เท่าที่ข้าดู อาลวี่ไปสอบถามจะน่าเชื่อถือกว่าพวกเรา”
ฝางจื่อชิงไปเรียกเจียงลวี่เข้ามาทันที แล้วนางก็ไปเตรียมเสื้อผ้าและเครื่องประดับสำหรับใส่เข้าวัง และก็ด้วยเหตุนี้หลังจากถึงวังฉือหนิงนางจึงค่อนข้างเยือกเย็น และยิ้มพลางทักทายฮูหยินชินเอินป๋อที่มาหลังนางก่อน
ฮูหยินชินเอินป๋อไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างสิ้นเชิง และถามนางเสียงเบา “นี่ไม่ใช่ช่วงปีใหม่หรือเทศกาลเสียหน่อย ทำไมไทฮองไทเฮาถึงคิดอยากฟังการขับร้องประกอบดนตรี?”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” นางพูดจาระมัดระวังมาโดยตลอด นางยิ้มพลางเอ่ยว่า “เกรงว่าช่วงนี้หิมะตกบ่อย คงว่างและไม่มีอะไรทำกระมัง!”
ฮูหยินชินเอินป๋อจึงถามถึงอีกเรื่อง “ได้ยินว่าไทฮองไทเฮาจะเลือกสามีให้เป่าหนิง? มีเรื่องนี้หรือไม่?”
ถึงแม้เทศกาลโคมไฟครั้งก่อนนางจะเห็นกับตาว่าไทฮองไทเฮาต้อนรับบุตรของขุนนางมากมายอย่างผิดไปจากปกติอย่างสิ้นเชิง ทว่าสุดท้ายกลับไม่มีอะไรต่อจากนั้น นางจึงไม่ค่อย