ีงานมงคลก็ชอบเชิญไปร้อง มีหลายคณะที่มีชื่อเสียงเป็นพิเศษด้วย ข้าเคยเจอ แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจ จึงไม่รู้ว่าชื่ออะไร หากใต้เท้าจินสนใจ ข้าจะลองไปถามให้ท่าน”
ทั้งที่รู้ดีว่าไทฮองไทเฮาไม่ชอบ แม้แต่จ้าวเซี่ยวก็แสดงท่าทีว่าไม่สนใจ ยังถามจินเซียวว่าชอบหรือไม่ นี่เขาไม่ได้อยากถามให้ แต่คงอยากผลักจินเซียวให้ตกหลุมมากกว่า
จินเซียวรู้สึกไม่พอใจ ทว่ากลับไม่แสดงออกทางสีหน้าแม้แต่นิดเดียว เขายิ้มและเอ่ยว่า “ข้าก็ไม่เข้าใจว่าคนพวกนั้นร้องอะไรเหมือนกัน! ข้าเติบโตทางตะวันตกเฉียงเหนือตั้งแต่เด็ก ที่บ้านก็มาจากตระกูลทหาร เห็นการรำดาบและใช้หอกมามาก แต่การฟังเพลงและร้องงิ้วนี้ยังไม่ค่อยเข้าใจจริงๆ แถมที่บ้านก็คุมอย่างเข้มงวด ไม่ให้ทำเรื่องพวกนี้…” เดิมทีเขาอยากพูดอีกเล็กน้อยโดยทำเป็นด่าคนนี้ แต่ความจริงด่าคนนั้น ทว่าคิดอีกทีก็นึกได้ว่าคนที่นั่งอยู่นั้นไม่มีใครเป็นคนโง่สักคน หากเขาพูดไป กลับจะทำให้คนรู้สึกว่ามีเจตนาไม่ดี จึงเอ่ยอย่างปิดบังครึ่งหนึ่งแบบนี้และหยุดมือดีกว่า “แต่ข้าได้ยินคนบอกว่าเติ้งซื่อจื่อเรียนหนังสือเก่งมาก ผ่านระดับย่วนซื่อแล้ว ยังคิดจะไปต่อหรือไม่?”
เติ้งเฉิงลู่รู้ว่าคนมากมายในเมืองหลวงเห็นเขาเรียนหนังสือต่างก็บอกว่าเขาโง่ เขาเป็นลูกหลานของตระกูลที่สร้างความดีความชอบ ไม่ใช่ลูกหลานของตระกูลขุนนางที่ทั้งทำไร่ไถนาและเรียนหนังสือมาหลายรุ่น เขาถูกแต่งตั้งให้เป็นซื่อจื่อตั้งแต่เด็ก ถึงแม้จะสอ