ไทฮองไทเฮาก็เกิดสนใจฮูหยินอันลู่โหวขึ้นมาทันที ถึงแม้จะไม่ได้ตอบรับเรื่องนี้อย่างเต็มปากเต็มคำ และไม่ได้ถามถึงมาตรฐานในการเลือกสามีของคุณหนูเติ้งแห่งจวนอันลู่โหวอย่างละเอียด แต่กลับเชิญฮูหยินอันลู่โหวพาลูกชายและลูกสาวมาเป็นแขกที่วังฉือหนิงในวันพรุ่งนี้ และเอ่ยว่า “วันนั้นซื่อจื่อจิ้งไห่โหวกับบุตรชายคนโตของจินไห่เทาแม่ทัพไท่หยวนก็จะมาเหมือนกัน”
ฮูหยินอันลู่โหวเหมือนยกภูเขาออกจากอก นางเอ่ยคำว่า “เพคะ” ติดกันหลายครั้งด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เหมือนมีโอกาสเช่นนี้ก็ทำให้นางดีใจมากแล้ว
เจียงเซี่ยนมองอยู่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี
จนถึงวันที่เติ้งเฉิงลู่มาคารวะไทฮองไทเฮาที่วังฉือหนิง เจียงเซี่ยนไม่คุยกับเขา ด้วยกลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
เติ้งเฉิงลู่เสียใจจนปิดไม่มิด
เหมือนเด็ก
ทนไม่ไหวด้วยซ้ำ
เจียงเซี่ยนไม่กลัวหลี่เชียนปิดบัง ไม่กลัวจ้าวเซี่ยวมีเจตนาอื่นแอบแฝง แต่กลัวคนแบบเติ้งเฉิงลู่ คนที่อ่อนโยนมาก เหมือนลูกหมาที่เผยท้องสีขาวราวกับหิมะต่อหน้านาง และเอาความจริงใจออกมาให้นางเอาไปได้ตามใจชอบ
นางไม่รู้จะทำอย่างไรดี?
มักจะรู้สึกว่าเมื่อเทียบกับหลี่เชียนและจ้าวเซี่ยวแล้ว เขาเหมือนกระต่ายสีขาวตัวเล็กๆ ที่ตกลงไปในรังหมาป่า
เจียงเซี่ยนถึงได้รู้ว่าที่แท้ตนเองเป็นคนแพ้ทางคนที่พูดจาดี!
นางอดที่จะหัวเราะเยาะตนเองไม่ได้
แต่กลับดึงดูดสายตาของจินเซียว
เขามองจ้าวเซี่ยวที่คุยกับไทฮองไทเฮาอย่างฉะฉานด้วยท่าทางจริง