จียงเซี่ยนเห็นทุกคนดูตั้งสติได้แล้ว และรู้ว่าตนเองพูดผิดประเด็นไป จึงเอ่ยอย่างขอไปทีว่า “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน เพียงแค่เคยได้ยินใครพูดถึงแว่วๆ” แล้วนางก็เปลี่ยนเรื่อง “เดี๋ยวพวกเจ้าจะทำอะไรต่อ? จะนั่งรอรับประทานอาหารมื้อเที่ยงอยู่ในห้องอุ่นแบบนี้ตลอดหรือ?”
คุณหนูตระกูลซูรีบเอ่ยว่า “ท่านหญิงมีความคิดอะไรหรือ?”
“ลองดูว่าพี่ใหญ่ของข้าจะมาหาข้าหรือเปล่า” เจียงเซี่ยนอยากหลุดพ้นจากผู้หญิงกลุ่มนี้และออกไปดูเอง “หากเขามาเยี่ยมข้า ข้าก็อาจจะออกไปกับเขากระมัง!”
นางเอ่ยจบ คุณหนูสองคนของจวนอันกั๋วกงก็จ้องเจียงเซี่ยนด้วยดวงตาที่ทอประกายวิบวับทั้งสองข้างทันที คนหนึ่งเอ่ยว่า “เวลานี้ซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงรับราชการในเมืองหลวงแล้ว ฮูหยินเจิ้นกั๋วกงไม่ค่อยดีใจงั้นหรือ”
อีกคนเอ่ยว่า “ไม่ช้าก็เร็วซื่อจื่อเจิ้นกั๋วกงก็ต้องกลับมา ที่ไปต้าถงก็เป็นเพียงการฝึกฝนเท่านั้น จวนเจิ้นกั๋วกงมีแม่ทัพที่มีชื่อเสียงเกิดทุกรุ่นเลยจริงๆ”
ความเลื่อมใสศรัทธาท่วมท้นจนสัมผัสได้
เจียงเซี่ยนเกือบจะหัวเราะออกมา
บางทีเป้าหมายของจวนอันกั๋วกงอาจจะไม่ใช่จ้าวอี้ด้วยซ้ำแต่เป็นเจียงลวี่ต่างหาก?
เจียงเซี่ยนถามคุณหนูสองคนของจวนอันกั๋วกง “ในจวนพวกเจ้าอยู่อันดับที่เท่าไร?”
นางตอบด้วยหน้าตางดงามว่า “ข้าอยู่อันดับที่ห้า ส่วนน้องสาวอยู่อันดับที่เก้า”
น่าจะเป็นคุณหนูสองคนที่สวยที่สุดในจวนอันกั๋วกงแล้ว
เจียงเซี่ยนพยักหน้า
ไป่เจี๋ยวิ่งเข้ามาอย่า