งตื่นเต้น นางคารวะเจียงเซี่ยนลวกๆ อย่างเสียมารยาทเล็กน้อย และเอ่ยเสียงดังว่า “ท่านหญิง ท่านหญิง คุณชายใหญ่ชนะแล้วเจ้าค่ะ กองบัญชาการปัญจทิศรักษานครที่ซื่อจื่อบัญชาการชนะหน่วยองครักษ์ที่ใต้เท้าเกาบัญชาการแล้ว ฝ่าบาทตรัสว่า จะพระราชทานทองคำหนึ่งร้อยตำลึงให้เป็นรางวัลแก่ซื่อจื่อเจ้าค่ะ!”
“จริงหรือ? จริงหรือ?” คุณหนูสองคนของจวนอันกั๋วกงรั้งไป่เจี๋ยไว้และถาม พวกนางดีใจกว่าพวกนางชนะเองเสียอีก
แม้แต่คุณหนูเติ้งแห่งจวนอันลู่โหวที่ไม่ค่อยพูดก็มองไป่เจี๋ยด้วยดวงตาที่เป็นประกายระยิบระยับทั้งสองข้างเช่นกัน
ไป่เจี๋ยพยักหน้าติดกันหลายครั้ง และเอ่ยว่า “ผู้ติดตามที่ชื่อฝูเซิงของซื่อจื่อตั้งใจมาบอกข้าโดยเฉพาะ และยังให้ข้ามาบอกท่านหญิงว่าฝ่าบาทเลี้ยงฉลองและพระราชทานรางวัลให้แก่กองบัญชาการปัญจทิศรักษานคร ดังนั้นอาหารมื้อเที่ยงซื่อจื่อจึงมาไม่ได้แล้ว ไว้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงแล้ว ซื่อจื่อจะมาและไปเดินเล่นข้างนอกเป็นเพื่อนท่านหญิง ซื่อจื่อยังให้ฝูเซิงมาถามด้วยว่าท่านหญิงเป็นอย่างไรบ้าง กลัวท่านหญิงจะเป็นหวัดเจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนได้ยินแล้วก็มองไป่เจี๋ยครั้งหนึ่ง
ไป่เจี๋ยรีบเอ่ยว่า “ข้าตอบไปว่า ท่านหญิงเฝ้ารอให้ซื่อจื่อมาอยู่ตลอดเวลา ยังเคยออกจากห้องอุ่นและมองไปที่ทะเลสาบสือช่าไกลๆ พักหนึ่งด้วยเจ้าค่ะ”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “อืม” อย่างพอใจ
พวกคุณหนูสกุลซูต่างพากันแสดงความยินดีกับนาง แม้แต่หานถงซินก็รั้งไป่