ท่าทีของเจียงเซี่ยนกลับทำให้หลี่เชียนตกใจ
เขาตอบอย่างตอบไม่ตรงคำถามว่า “ท่าน…ท่านไม่คิดว่าข้าอหังการหรือ?”
หลี่เชียนหมายถึงที่เขาคิดว่ากองกำลังรักษาพระนครใช้ไม่ได้ หรือที่คิดว่ากองกำลังทหารในเวลานี้จำเป็นต้องเปลี่ยนผลัดป้องกัน?
ไม่ว่าจะเป็นอย่างแรกหรืออย่างหลัง เรื่องนี้ก็เคยถูกพิสูจน์มาแล้วในชาติก่อน…กองกำลังรักษาพระนครใช้ไม่ได้จริงๆ และลุงของนางก็จะไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนผลัดป้องกันอย่างเด็ดขาดเช่นกัน
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “ไม่นี่นา! ข้าคิดว่าเจ้าพูดมีเหตุผล”
หลี่เชียนได้ยิน รอยยิ้มสดใสก็ค่อยๆ หายไปจากใบหน้าของเขา แทนที่ด้วยสายตาลุ่มลึกและสีหน้าจริงจัง ราวกับถอดหน้ากากและเผยใบหน้าที่แท้จริงออกมา
นี่ถึงจะเป็นหลี่เชียนตัวจริงกระมัง?
เจียงเซี่ยนรู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูก นางอธิบายว่า “เรื่องนี้เข้าใจยากตรงไหน ก็เหมือนในวัง หากหัวหน้าขันทีคนหนึ่งอยู่ในห้องเครื่องนาน เหล่าขันทีน้อยใหญ่ของห้องชา ห้องของว่าง และฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มก็จะตกลงผลประโยชน์กับเขา มีอะไรก็จะคอยปกป้องกันและกัน ยังเคยมีเรื่องที่ผงกุหลาบหนึ่งเหลี่ยง[1]สามสตางค์ถูกคิดเป็นหนึ่งเหลี่ยงห้าตำลึงรายงานเข้ามา นี่ก็คือธรรมเนียมที่ไม่ดีส่วนหนึ่งของในวังตอนนี้ ทั้งที่ข้ารู้ดี กลับต้องแสร้งทำไม่เป็นไม่รู้ แตะเพียงนิดเดียวก็ส่งผลต่อสถานการณ์ทั้งหมด ข้าแตะต้องผลประโยชน์ของพวกเขา พวกเขาก็จะสู้กับข้า ทว่าไม่เพียงแต่ห้องเครื่องแห