“เดี๋ยว ช้าก่อน!” ทันใดนั้นเจียงเซี่ยนก็รู้สึกว่าสมองของตนเองไม่ค่อยพอใช้ “เจ้าหมายความว่า หลิวชิงหมิงเป็นคนของเจ้า?”
“ก็ไม่ถึงกับเป็นคนของข้าเช่นกัน” หลี่เชียนเอ่ย และถอนหายใจยาวเหยียด สีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก “แค่ยืมมือเขาส่งของให้ท่านเล็กน้อยเท่านั้น เขาเป็นคนของเฉาไทเฮา…แต่เขาเป็นคนมีไหวพริบ อาจจะไม่ได้ตั้งใจช่วยเฉาไทเฮาทำงานก็ได้ ตอนนั้นเฉาไทเฮาอาศัยแม่นมฟางส่งเขาเข้าไปในวัง ถึงแม้ท้องพระคลังจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีอะไรนัก แต่คุมคลังสมบัติส่วนหนึ่งของราชสำนัก ก็ถือว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญมากเช่นกัน ฝ่าบาทจัดให้เขาอยู่ที่นั่น เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะแม่นมฟาง…”
แม้เจียงเซี่ยนจะเข้าใจแล้ว ทว่าก็ยังคงไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงเอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า “เจ้าหมายความว่า เฉาไทเฮาใช้คนสกุลฟางเป็นเครื่องมือให้หลิวชิงหมิงเข้าวัง? จ้าวอี้น่าจะรู้ว่าคนสกุลฟางถูกเฉาไทเฮากักบริเวณแล้ว เขาจะเชื่อว่าหลิวชิงหมิงเป็นคนของนางได้อย่างไร? แล้วก็คนสกุลฟาง ตอนนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง? เวลานี้ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เองแล้ว นางน่าจะรู้ดีว่า ขอเพียงฝ่าบาทหานางเจอ นางก็สามารถหนีจากกรงขังได้ แล้วทำไมนางยังต้องให้เฉาไทเฮาใช้เป็นเครื่องมืออีก?”
หลี่เชียนได้ยินแล้วก็เผยสีหน้าดูถูกออกมา พลางเอ่ยว่า “คนแบบแม่นมฟาง เป็นแบบอย่างของคนที่โลภมากลาภหาย แน่นอนว่านางรู้ว่าฝ่าบาทกำลังหานางทั่วทุกที่ แต่นางก็รู้เช่นกันว่า หากนางกระโดดอ