่นต่างแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น มีแต่หานถงซินที่ถาม “นั่นคืออะไร? ทำไมพวกเราถึงไม่มี?”
ซุนเต๋อกงยิ้มและเอ่ยว่า “ท่านหญิงชิงอี๋ ท่านหญิงเจียหนานไม่รับประทานรังนก นี่คือเห็ดหูหนูขาวขอรับ”
หานถงซินถามต่ออย่างยังไม่เลิกล้มความตั้งใจ “ทำไมเป่าหนิงถึงไม่กินรังนกและต้องกินเห็ดหูหนูขาว?”
ซุนเต๋อกงมองเจียงเซี่ยนครั้งหนึ่ง เห็นเจียงเซี่ยนสีหน้าไร้อารมณ์ ท่าทางเย็นชา ทั้งไม่เหมือนโกรธแล้วก็ไม่ได้ห้าม จึงจำต้องเอ่ยเสียงเบาว่า “ท่านหญิงบอกว่า นั่นเป็นน้ำลายของนกนางแอ่น ท่านหญิงจึงไม่รับประทานรังนกตั้งแต่เด็กขอรับ”
คนในห้องอุ่นนอกจากไป๋ซู่ก็รู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมาในชั่วพริบตา
เจียงเซี่ยนถึงเอ่ยอย่างเย็นชาว่า “ทานอาหารเถอะ! เดี๋ยวตอนที่ฝ่าบาทเสด็จมาก็จะไม่มีแม้แต่โอกาสแอบยัดของว่างลงไปในท้องแล้ว”
ทุกคนถึงได้เริ่มรับประทานอาหารมื้อเที่ยง
ทว่าคุณหนูสองคนของตระกูลราชเลขาธิการวังกลับแอบเอาถ้วยที่ใส่รังนกอยู่ไปวางไว้ข้างหนึ่ง
เจียงเซี่ยนก้มหน้าลง มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
คุณหนูสองคนของตระกูลราชเลขาธิการวังยังคงน่าสนใจมาก
หลังจากนางรู้จากหมอหลวงเถียนว่ารังนกคืออะไร ก็ไม่เคยกินอีกเลยเช่นกัน
——————-