พันธ์ระหว่างพวกเขาก็จะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน
หลี่เชียนพยักหน้า และเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้าเติบโตบนบ่าของท่านพ่อมาตั้งแต่เล็ก ท่านพ่อรักข้ามาก ขอเพียงข้ามีความสุข เขาก็จะให้ข้าทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากท่านแม่เสียไป…ความจริงแล้วน้องรองของข้าอายุน้อยกว่าข้าแค่ห้าปี แต่ท่านพ่อก็กดหัวไว้ตลอดจนเขาอายุเก้าขวบถึงให้เขาเริ่มเรียนหนังสือ”
ตอนที่เขาเอ่ยถึงตรงนี้ก็แลดูค่อนข้างจนใจ
ทว่าเจียงเซี่ยนกลับรู้สึกว่าทำแบบนี้ไม่ดี จึงเอ่ยว่า “ไม่อยากให้เขาขวางทางเจ้าก็มีวิธีการตั้งมากมาย แบบพ่อเจ้านี่เป็นหนึ่งในวิธีที่โง่ที่สุด หากไม่ระวังก็จะเหมือนเลี้ยงหมาป่าขึ้นมาฝูงหนึ่ง อันที่จริงครอบครัวนักรบอย่างพวกเจ้า ทั้งครอบครัวต้องร่วมแรงร่วมใจกันถึงจะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย ดังนั้นควรจะคิดหาทางปลูกฝังให้เขาเป็นผู้ช่วยของเจ้าถึงจะถูก ไม่ใช่บุ่มบ่ามเอาแต่กดขี่แบบนี้…”
หลี่เชียนมองอย่างจริงจัง ตั้งใจฟังนาง
เจียงเซี่ยนรีบปิดปาก
นี่เป็นความขัดแย้งในครอบครัวของตระกูลหลี่ นางไปยุ่งอะไรด้วยล่ะ!
ยิ่งกว่านั้นคนอื่นอาจจะรู้ว่า บางครั้งสถานการณ์แค่บังคับคนเท่านั้นเอง!
ทว่าหลี่เชียนกลับเอ่ยว่า “ทำไมท่านไม่พูดแล้วล่ะ?”
เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไร้ชีวิตชีวาว่า “พูดจบแล้ว!”
หลี่เชียนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น และขยิบตาให้เจียงเซี่ยน “ท่านวางใจ ข้าจะไม่บอกสิ่งที่ท่านพูดกับท่านพ่อหรอก!”
ดวงตานั้นแฝงไปด้วยรอยยิ้มปนเจ้าเล