งหนึ่งไม่ได้ ดวงตาโตที่กลมนั้นชุ่มชื้นและแวววาว ทำให้เจียงเซี่ยนคิดถึงสุนัขพันธุ์ปักกิ่งที่เลี้ยงในวังเมื่อก่อน
นางยิ้มให้คุณหนูใหญ่เติ้งอย่างเป็นมิตร
คุณหนูใหญ่เติ้งรีบก้มหน้าลงเหมือนกระต่ายน้อยที่ตื่นกลัว
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วสนุก จึงเม้มปากยิ้ม
เพียงชั่วพริบตาหานถงซินก็หันไปหาไป๋ซู่แล้ว “พี่จ่างจู อีกไม่นานท่านก็จะแต่งงานแล้ว วันที่หนาวขนาดนี้ ท่านไม่ทำงานเย็บปักถักร้อยอยู่ในบ้านจะทันหรือ?”
วันรุ่งขึ้นหลังจากสตรีแต่งงาน ญาติของทั้งสองฝ่ายจะพบกันเป็นครั้งแรก สะใภ้ใหม่ต้องทำรองเท้ากับถุงเท้าให้ผู้อาวุโสในครอบครัวของสามีทุกคน อย่างแรกเป็นการแสดงฝีมือด้านงานเย็บปักถักร้อยของตนเอง และบอกว่าตนเองเป็นสตรีที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณธรรมอันดีงาม อย่างที่สองเป็นการแสดงว่าตนเองจะกตัญญูกับผู้อาวุโสในครอบครัว และเป็นสะใภ้ที่นอบน้อมและจิตใจดี
ไป๋ซู่ได้ยินก็เผยสีหน้าแปลกใจออกมา และเอ่ยว่า “ข้าอยู่ในวังเป็นส่วนใหญ่ จึงไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วรองเท้ากับถุงเท้าในวันที่ญาติของทั้งสองฝ่ายพบกันเป็นครั้งแรกนั้นสะใภ้ใหม่ต้องเป็นคนเย็บเองกับมือ…ข้าคิดว่าใครก็ได้…จึงให้คนของกองพระภูษาช่วยทำแล้ว…” นางเอ่ยพลางถามคุณหนูสองคนของจวนอันกั๋วกง “ตอนนี้เมืองหลวงนิยมแบบนี้หรือเปล่า?”
คุณหนูสองคนของจวนอันกั๋วกงลูบแขนเสื้อและยิ้ม พลางเอ่ยว่า “เรื่องนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นตระกูลแบบไหนเช่นกัน! อย่างเฉิงเอินกง ก็คงจะไม่พิถีพิถันม