ที่สุดไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงมีของว่างรสดอกหอมหมื่นลี้?”
เจียงเซี่ยนรู้ว่าเจียงลวี่ไม่เคยสนิทกับจ้าวอี้ ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคนก็จะยืนอยู่ข้างกายจ้าวอี้ตามมารยาทของฮ่องเต้กับขุนนาง นอกเสียจากว่าจ้าวอี้สั่งให้เขานั่ง ดังนั้นนางจึงไม่เกรงใจเช่นกัน นางขึ้นไปนั่งตรงข้ามกับจ้าวอี้บนเตียงอุ่น แล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันยังไม่ได้กิน ไม่รู้ว่าของว่างเป็นอะไร ห้องเครื่องส่งมา เป็นรสดอกหอมหมื่นลี้หรือเพคะ? หม่อมฉันไม่ได้กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้”
จ้าวอี้โยนของว่างที่กัดไปมุมหนึ่งลงในกล่องใส่ขนมอย่างรังเกียจ แล้วเอ่ยว่า “สองวันก่อนข้าได้น้ำหอมกุหลาบมาหลายขวด เดี๋ยวให้เสี่ยวโต้วจึนำมาให้เจ้า”
เจียงเซี่ยนมีนิสัยมากมายที่ไม่เหมือนกับสตรีสูงศักดิ์ในเมืองหลวง ในนั้นก็รวมถึงการใส่น้ำหอมลงในอาหารเหมือนใส่น้ำตาลด้วย บวกกับเกิดเรื่องของแม่นมฟางขึ้น นางจึงยิ่งไม่ชอบเวลาที่จ้าวอี้มอบของเล็กน้อยพวกนี้ให้นาง
“ฝ่าบาทเก็บไว้พระราชทานให้คนอื่นดีกว่าเพคะ!” นางเอ่ย “หม่อมฉันก็ไม่ค่อยได้ใช้ ให้หม่อมฉันก็สิ้นเปลือง” พอเอ่ยถึงตรงนี้ จู่ๆ นางก็อยากขอน้ำหอมพวกนั้นให้ไป๋ซู่ ทว่าคิดอีกทีก็คิดว่าไป๋ซู่ไม่ชอบใช้เหมือนกับนาง และตระกูลเฉาก็ไม่มีญาติที่จำเป็นต้องให้ไป๋ซู่ติดสินบน เช่นนั้นไม่เอาก็ได้
จ้าวอี้คิดว่าเจียงเซี่ยนเป็นคนที่จริงใจต่อหน้าเขามาตลอด ชอบก็คือชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ ดังนั้นการปฏิเสธแบบนี้จึงไม่ทำให้เขารู้สึกว่ามีอะไรแย่
เ