เจียงเซี่ยนขมวดคิ้ว
หลิวชิงหมิงผู้นี้มาทำอะไรอีก?
เดิมทีนางไม่อยากเจอ แต่ใครจะรู้ว่าหวังจ้านได้ยินแล้วกลับเอ่ยว่า “ในเมื่อเจ้ามีธุระ งั้นข้าก็ขอตัวก่อน…ข้าฉวยโอกาสมาตอนที่งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม เดี๋ยวเจ้าพบไทฮองไทเฮาก็ช่วยทูลไทฮองไทเฮาให้ข้าด้วยว่า หลายวันนี้ข้าเข้าเวรตลอด ตอนที่ข้ามาวังฉือหนิงก็มักจะลั่นดาลแล้ว ตอนที่ข้ากลับไป ก็เป็นเวลาเช้าตรู่ ไว้ผ่านวันที่สิบเดือนหนึ่งไปแล้ว ถึงเวลานั้นข้าจะคิดหาทางมาฉลองเทศกาลโคมไฟเป็นเพื่อนพวกเจ้า”
ปกติจ้าวอี้ไม่อยากให้หวังจ้านติดต่อกับคนของตระกูลเจียง
ตอนนี้หวังจ้านเจียดเวลาว่างมา หากจ้าวอี้รู้เข้า ก็ยังไม่รู้ว่าจะแอบกลั่นแกล้งหวังจ้านอย่างไรบ้าง!
เจียงเซี่ยนไม่กล้ารั้งเขาไว้อีก นางเร่งให้เขารีบกลับไป และเอ่ยว่า “ข้ากับพวกไทฮองไทเฮาไม่ไปร่วมงานเลี้ยงแล้ว ก็ขอให้ท่านมีความสุขในวันปีใหม่ตรงนี้ก่อน! ปีหน้าราบรื่นทุกเรื่อง!”
หวังจ้านยิ้มตาหยีพลางตอบว่า “อือ”
หลังจากภาพเงาด้านหลังหายไปที่กำแพงวังแล้ว เจียงเซี่ยนถึงถามนางในคนนั้น “ขันทีหลิวอยู่ที่ใดเล่า? เชิญเขาไปดื่มชาในตำหนักข้าง!”
นางในขานรับและจากไป
เจียงเซี่ยนกลับตำหนัก เปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ หวีผมและล้างหน้ารอบหนึ่ง ดื่มชาร้อนถ้วยหนึ่ง กินของว่างไปสองชิ้นแล้วถึงจะย้ายมานั่งที่ตำหนักข้าง
ระหว่างนี้หลิวชิงหมิงยืนรออยู่กลางตำหนักข้างอย่างนอบน้อมตลอด พอเห็นเจียงเซี่ยนมา ก็รีบเข้ามาคำนับคารวะ สองมือยก