่องเต้เพิ่งจะว่าราชการด้วยตนเอง และกำลังเป็นช่วงเวลาสร้างบารมี พวกเขาจึงไม่อาจปะทะกับฮ่องเต้ในเวลานี้ได้ มีเรื่องอะไรก็ทำได้เพียงวางแผนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ทว่าคำพูดมาถึงปากแล้ว พอมองใบหน้าที่เหมือนไม่รู้อะไรเลยและไม่กังวลแม้แต่นิดเดียวของเจียงเซี่ยน เขาก็พูดไม่ออกอีก
บางทีเจียงเซี่ยนอาจจะรู้ทุกอย่าง เพียงแต่ไม่อยากคุยเรื่องพวกนี้กับเขาเท่านั้น
ความคิดแล่นผ่านไป หวังจ้านก็รู้สึกปวดใจเหมือนถูกมีดกรีด
ไป๋ซู่หมั้นแล้ว ต่อไปก็น่าจะเป็นเจียงเซี่ยนกระมัง?
หวังจ้านสูดหายใจลึกๆ ครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าคำบางคำควรพูดต่อหน้าเจียงเซี่ยนให้ชัดเจนจะดีกว่า
เขาแอบมีความรู้สึกว่า หากตอนนี้เขาไม่พูด เกรงว่าต่อไปก็คงยิ่งยากที่จะมีโอกาสแบบนี้แล้ว
“เป่าหนิง…” เขาลุกขึ้นยืน และก้มมองเจียงเซี่ยน
เจียงเซี่ยนเงยหน้าขึ้นมา และเอ่ยว่า “มีอะไรหรือ?”
ดวงตาที่สีดำและสีขาวแยกกันอย่างชัดเจนสว่างไสวเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน ราวกับจะส่องสว่างหัวใจของเขาได้
“ข้า…” หวังจ้านค่อยๆ เอ่ย
ทันใดนั้นก็มีนางในวิ่งมา “ท่านหญิง ท่านหญิง ขันทีหลิวจากท้องพระคลังขอเข้าพบเจ้าค่ะ!”
———————-