พระราชทานงานสมรสแล้ว ก็เป็นคนที่หมั้นแล้ว
แน่นอนว่าผู้หญิงที่หมั้นแล้วก็ต้องรอแต่งงานอยู่ในห้องส่วนตัว และออกไปข้างนอกตามใจชอบไม่ได้ จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องอยู่ในวังต่อ ยิ่งไปกว่านั้นถึงจะไม่มีราชโองการฉบับนี้ ปีก่อนๆ พอผ่านวันก่อนวันส่งท้ายปีเก่าไปแล้วจวนเป่ยติ้งโหวก็จะรับไป๋ซู่กลับไปฉลองเทศกาลตรุษจีนอยู่ดี
ทว่าตอนที่ไป๋ซู่ออกจากวังเพราะราชโองการฉบับหนึ่ง กระทั่งราชโองการฉบับนี้เดิมทีควรจะเป็นพระราชเสาวนีย์ไม่ใช่พระราชโองการ ความโกรธของไทฮองไทเฮาก็พุ่งถึงขีดสุดในชั่วพริบตา
นางเอ่ยกับซุนเต๋อกงหัวหน้าขันทีวังเฉียนชิงที่มาแจ้งข่าวว่า “เจ้าไปทูลฝ่าบาทว่าท่านหญิงชิงฮุ่ยออกจากวังไปครั้งนี้ก็ยากที่จะเข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อนข้าอีกแล้ว ข้าจะให้นางอยู่ฉลองปีใหม่ในวัง”
ซุนเต๋อกงพยักหน้าและค้อมตัว พลางเอ่ยว่า “พ่ะย่ะค่ะ” และเดินจากไปอย่างแผ่วเบา
เจียงเซี่ยนเตือนท่านยาย “เสด็จยายอย่าพิโรธไปเลยเพคะ! โกรธเรื่องแบบนี้ ไม่คุ้มกัน”
เวลานี้คนในวังฉือหนิงต่างกำลังเตรียมฉลองวันส่งท้ายปีเก่า บวกกับเมื่อวานหลังจากได้ข่าวว่าไป๋ซู่ได้รับพระราชทานงานสมรส เจียงเซี่ยนก็ให้อั่งเปาหนาๆ กับคนในวังฉือหนิง สีหน้าของทุกคนจึงต่างเต็มไปด้วยความสุข บรรยากาศของตำหนักข้างเล็กๆ นี้ และห้องอุ่นตะวันออกจึงยิ่งแลดูสดชื่น
ไทฮองไทเฮามองเหล่านางใน บ้างก็กำลังพันเชือกแดงให้ดอกดารารัตน์ บ้างก็เช็ดใบให้ส้มจี๊ด บ้างก็กำลังแขวนโ