คมแดงอันเล็กบนต้นตงชิงนอกตำหนัก แต่ละคนต่างหน้าตามีความสุข ในที่สุดก็อารมณ์ดีขึ้น จึงเอ่ยกับเจียงเซี่ยนเสียงเบาว่า “ฝ่าบาททำร้ายจิตใจข้าจริงๆ หากรู้ว่าเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรก ข้าก็น่าจะเตือนลุงของเจ้าว่าอย่ายุ่งเรื่องของเขา”
เจียงเซี่ยนเอ่ยว่า “เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว เสด็จยายก็อย่าคิดมากเลยเพคะ ตอนนี้พวกเราก็สบายดี” แล้วยิ้มพลางเปลี่ยนเรื่องด้วยการเอ่ยถึงของขวัญแต่งงานที่จะมอบให้ไป๋ซู่ “หม่อมฉันจำได้ว่าในคลังของเสด็จยายมีต้นปะการังอยู่ต้นหนึ่ง พระราชทานของชิ้นนั้นไปก็น่าจะสมเกียรติกระมัง?”
ของขวัญแต่งงานสำหรับเจ้าสาวที่ในวังให้ ปกติก็จะจัดให้ถือเป็นชิ้นแรกของสินเดิม
นั่นเป็นเกียรติยศและความสูงศักดิ์ของหญิงสาวที่แต่งงาน
ไทฮองไทเฮารู้ว่าเจียงเซี่ยนอยากให้ตนเองอารมณ์ดี จึงเอ่ยตามนางไปเช่นกัน “ข้าว่าเจ้าทนเห็นข้ามีของดีอยู่ในมือหน่อยเป็นไม่ได้ ต้นปะการังนั้นเดิมทีข้าคิดจะเก็บไว้ให้เจ้า เจ้าให้ไป๋ซู่แล้ว ถึงเวลาแต่งงานเจ้าจะทำอย่างไร?”
นั่นก็หมายความว่า ไทฮองไทเฮาเริ่มมีความคิดที่จะให้นางแต่งงานออกไปจากวังแล้ว!
เป็นครั้งแรกที่ท่านยายแสดงท่าทีชัดเจนเช่นนี้ เจียงเซี่ยนก็ไม่คิดที่จะแสร้งทำเป็นเขินอายเช่นกัน นางกอดไทฮองไทเฮาและเอ่ยพลางยิ้มจนตาเป็นสระอิว่า “โธ่ หม่อมฉันไม่ชอบต้นปะการังนั้น หม่อมฉันชอบม้าหยกขาวในคลังของเสด็จยาย ถึงเวลานั้นเสด็จยายพระราชทานม้าหยกขาวตัวนั้นให้เป็นของขวัญแก่หม่อมฉั