บท่านโหวยังปรึกษากันอยู่ในบ้านว่าจะซื้อสินเดิมอะไรให้จ่างจูบ้างดี…จู่ๆ เฉาไทเฮาก็ส่งคนมาเป็นแม่สื่อ หม่อมฉันกับท่านโหวต่างทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี…เมื่อวานท่านโหวไปพบชินเอินป๋อแล้ว ตอนนี้ไปพบเจิ้นกั๋วกงแล้วเพคะ…”
ไทฮองไทเฮากับไทฮองไทเฮาเพิ่งจะตั้งสติได้
เดิมทีไทฮองไท่เฟยก็ไม่ได้เยือกเย็นเท่าไทฮองไทเฮาอยู่แล้ว เมื่อบวกกับเป็นเรื่องของครอบครัวตนเองอีกก็ยิ่งร้อนใจ นางจึงเอ่ยอย่างเกินหน้าที่ไป โดยไม่รอให้ไทฮองไทเฮาเอ่ยปากถามว่า “เฉาไทเฮาส่งใครมาเป็นแม่สื่อ? บอกว่าจะสู่ขอจ่างจูเลยหรือแค่มาสอบถามความเห็น? จิ้นอันโหวสู่ขอให้ลูกชายคนไหนของเขา? ทั้งสองครอบครัวปรึกษาและตกลงกันเรียบร้อยแล้วแค่รอให้จ่างจูผ่านพิธีปักปิ่นหรือว่าตระกูลไช่แค่ขอให้คนกลางมาบอกเป็นนัย?”
ฮูหยินเป่ยติ้งโหวได้ยินก็รีบล้วงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดน้ำตาบนหน้า และสะอึกสะอื้นพลางเอ่ยว่า “สองสามวันก่อน ตระกูลไช่ขอให้ฮูหยินอันกั๋วกงมาสอบถามความเห็นของพวกเรา บอกว่าจะสู่ขอให้ซื่อจื่อของพวกเขา ท่านโหวบอกว่าจ่างจูของพวกเราเติบโตที่วังฉือหนิง เรื่องแต่งงานอย่างไรก็ต้องถามความเห็นของไทฮองไทเฮากับไทฮองไท่เฟย จึงให้หม่อมฉันบอกฮูหยินอันกั๋วกงไปแบบนี้ ซึ่งฮูหยินอันกั๋วกงก็คิดว่าทำแบบนี้จะเหมาะสมกว่าเช่นกัน ท่านโหวจะให้หม่อมฉันทูลต่อหน้าไทฮองไทเฮาและไทฮองไท่เฟยตอนที่เข้าวังช่วงเทศกาลตรุษจีน ใครจะรู้ว่า…”
นางพูดไปก็ร้องไห้ขึ้นมา