“หากตอนนั้นก่อนจะเกิดเรื่องขึ้นไทเฮาช่วยให้เจ้าได้หมั้นกับคนที่ดีหน่อยก็คงจะดี” เฉาเซวียนพึมพำอย่างรู้สึกผิดต่อหลี่เชียน
เขาจะได้แต่งงานกับคนอย่างคุณหนูไป๋ซู่ก็เพราะเป็นตัวแทนของตระกูลเฉา ตระกูลหลี่พึ่งพาอาศัยตระกูลเฉา หากแต่งงานจะมีตัวเลือกที่ดีได้อย่างไร
เงาของเจียงเซี่ยนพลันฉายวาบผ่านไปในความทรงจำของหลี่เชียนในทันใด
เขาตกใจมาก
และอยากเก็บเงานี้ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจโดยไม่รู้ตัว
ทว่าพอคิดว่าตนเองอยากเก็บเงานี้ไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ เขาก็รู้สึกวุ่นวายใจอย่างบอกไม่ถูก ความเยือกเย็นและสติปัญญาที่เคยภาคภูมิใจมาโดยตลอดละลายเหมือนน้ำแข็งและหิมะที่เจออากาศร้อนในทันใด “ข้าอยากแต่งงานกับคนที่ตนเองชอบ…”
หลี่เชียนเอ่ยอย่างกะทันหัน
ตอนที่เฉาเซวียนรู้สึกหดหู่ที่ตนเองกำลังจะแต่งงาน เขากลับเอ่ยคำพูดราวกับสาดเกลือลงบนแผลของเฉาเซวียนอย่างจังออกมา…
หลี่เชียนเองรู้สึกว่าสมองของตนเองเหมือนถูกสุนัขกินไปแล้ว
เขาอดที่จะเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนออกมาไม่ได้ อยากอธิบายอะไรบ้าง ก็รู้สึกตนเองคิดแบบนี้จริงๆ หากอธิบายก็เท่ากับปิดบังความจริง…ส่วนทำไมถึงไม่อยากปิดบังนั้น สัญชาตญาณของหลี่เชียนทำให้เขาไม่กล้าไปคิดลึก
เฉาเซวียนรู้สึกว่าคำพูดของหลี่เชียนมีเหตุผล
คนในใต้หล้านี้ คนไม่สมปรารถนามีแปดเก้าส่วน ทว่าอย่างไรก็ต้องมีหนึ่งหรือสองคนที่สมปรารถนาใช่หรือไม่? ในเมื่อไม่มีทางได้แต่งงานกับหญิงสาวฐานะร่ำรวยและได้รับการอบรมม