เจียงเซี่ยนตกใจ และนั่งตัวตรงทันที พลางเอ่ยว่า “เขาเข้ามาได้อย่างไร? มีใครเห็นเขาหรือไม่?”
สิ่งที่รับรู้เมื่อวานทำให้นางหมดอาลัยตายอยาก จนไม่อยากเจอหลี่เชียนตอนนี้ด้วยซ้ำ
แต่จวนเจิ้นกั๋วกงไม่เหมือนกับในวังหลวง คนที่ไปๆ มาๆ จวนเจิ้นกั๋วกงก็มีเพียงไม่กี่คน หากมีคนแปลกหน้าขึ้นมาก็จะมีคนสังเกตเห็น และที่นี่เป็นที่พักของสตรี ป้าสะใภ้ของนางดูแลบ้านเข้มงวดเป็นที่หนึ่ง ลุงของนางก็ไม่ใช่พวกองครักษ์เล็กๆ ในวังเช่นกัน…เขาไม่เพียงแต่ฝีมือล้ำเลิศ ทว่าฆ่าคนตายแล้วก็มีวิธีที่ไม่ต้องชดใช้ด้วยชีวิต!
ฉิงเค่อก็ไม่รู้เหมือนกัน นางเอ่ยเสียงเบาว่า “สาวใช้ที่กวาดลานบ้านข้างหน้าเป็นคนมารายงานข้า ตอนนั้นข้ายังงงว่าใครจะมาหาข้า…” ตอนที่นางเห็นคนก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก ทั้งไม่กล้าแพร่งพรายข่าวออกไป แล้วก็ไม่กล้าไล่คนเช่นกัน จนถึงตอนนี้หัวใจยังเต้นแรงอยู่เลย!
“อย่างนั้นเจ้ายังให้เขารออยู่ในลานบ้าน?” เจียงเซี่ยนเอ่ยอย่างไม่พอใจ “เจ้าให้เขาไปรอในห้องชาดีกว่า”
ตรงนั้นลับตาคนและเงียบสงบ แล้วก็มีเตา
อากาศหนาวขนาดนี้ หิมะกำลังตก หากเสื้อผ้าเปียกชื้น จะได้อาศัยเตาของห้องชาอบให้แห้ง
ฉิงเค่อก้มหน้าพลางตอบว่า “เจ้าค่ะ” และรีบออกไปจากห้องนอน
เจียงเซี่ยนลุกขึ้นแต่งตัว และไปที่ห้องชา
หลี่เชียนกำลังล้อมเตาของห้องชาและอังมือให้อุ่น พอเห็นนางเข้ามาก็เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมเวลานี้ยังนอนอยู่อีก? อากาศหนาวเกินไปเลยนอนไม่สบายหรือ