?”
เจียงเซี่ยนขี้เกียจตอบเขา จึงเอ่ยว่า “เจ้าเข้ามาได้อย่างไร? ท่านลุงกับท่านพี่ของข้าต่างมีฝีมือดาบชั้นเลิศ เจ้าระวังจะถูกพวกเขาจับได้แล้วโยนไปศาลาว่าการพระนคร”
หลี่เชียนหัวเราะ เขาไม่ใส่ใจกับท่าทีของนางนัก มัวแต่ถามว่า “ท่านทาย?”
เจียงเซี่ยนไม่มีอารมณ์หยอกล้อกับเขาจริงๆ จึงตีหน้าขรึมมองเขา
หลี่เชียนหัวเราะ พลางเลิกคิ้วให้นาง แล้วเข้ามากระซิบใกล้ๆ ว่า “ลุงของท่านเป็นคนเชิญข้ามา!”
เจียงเซี่ยนไม่เชื่อเด็ดขาด จึงเอ่ยว่า “เจ้าจะปั้นเรื่องต่อไปก็ได้!”
หลี่เชียนยิ้มอย่างได้ใจมาก และเอ่ยว่า “ข้าก็รู้ว่าท่านไม่มีทางเชื่อ แต่ครั้งนี้ลุงของท่านเป็นคนเชิญข้ามาจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าจะกล้ายืนอยู่ในลานบ้านของท่านนานขนาดนั้นได้อย่างไร?”
เจียงเซี่ยนไม่เข้าใจ
หลี่เชียนถึงเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ลุงของท่านตัดสินใจฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเฉาไทเฮา อยากให้คุณหนูไป๋ซู่ของเป่ยติ้งโหวแต่งงานกับเฉาเซวียน ก็กลัวว่าเฉาไทเฮาจะเกลียดที่เขาสนับสนุนให้ฝ่าบาทว่าราชการด้วยพระองค์เอง และไม่ยอมประนีประนอม จึงเชิญพ่อของข้ามา อยากให้พ่อของข้าเป็นพ่อสื่อ”
หลี่ฉางชิงคงจะไม่ได้หน้าด้านขนาดนั้นกระมัง?
เจียงเซี่ยนยิ้มเยาะ
หลี่เชียนรีบเอ่ยว่า “เป็นเรื่องจริง! เจิ้นกั๋วกงคิดว่าแทนที่จะไปเอ่ยเรื่องนี้กับเฉาไทเฮา สู้เอ่ยกับเฉิงเอินกงดีกว่า”
เจียงเจิ้นหยวนลงมือได้อย่างชาญฉลาดและช่ำชอง
เจียงเซี่ยนแปลกใจ และนับถือความคิดที่เฉียบแหลมเหมื