โต้วจึพาขันทีสองคนวิ่งเหยาะๆ ฝ่าหิมะมาตลอดทาง
นางอดที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อยไม่ได้
มีนางในเข้ามารายงานแล้ว
เจียงเซี่ยนให้เขาเข้ามา
เสี่ยวโต้วจึรีบเข้ามาคารวะนาง และเอ่ยว่า “ข้ารับคำสั่งมาจากฝ่าบาท อยากเชิญท่านหญิงไปเยี่ยมไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่วกับฝ่าบาทขอรับ”
เจียงเซี่ยนรู้สึกว่าไม่อาจปฏิบัติกับจ้าวอี้เหมือนคนปกติได้แล้ว
นางเอ่ยว่า “เจ้าไปทูลฝ่าบาทว่าเขาบอกช้าไปแล้ว ข้ารับปากป้าสะใภ้ใหญ่ของข้าว่าจะกลับไปฉลองเทศกาลล่าปาที่จวนเจิ้นกั๋วกงแล้ว”
เสี่ยวโต้วจึนึกถึงที่ฮ่องเต้เปิดท้องพระคลังของตนเองเพื่อมอบของเอาใจเจียงเซี่ยน ก็ไม่กล้าพูดอะไรอีกแม้แต่ประโยคเดียว จึงขานรับว่า “ขอรับ” อย่างนอบน้อม และกลับไปรายงาน
เจียงเซี่ยนก็เร่งให้ไป๋ซู่ไปเร็วหน่อย “ไม่รู้ว่าเขาสมองผิดปกติตรงไหน จะให้ข้าไปฉลองเทศกาลล่าปากับเฉาไทเฮาที่ภูเขาวั่นโซ่วเป็นเพื่อนเขา ตอนที่เฉาไทเฮาว่าราชการแทนก็ไม่หน้าหนาขนาดนี้ ตอนนี้เขากลับคิดจะให้ข้าทิ้งไทฮองไทเฮาไปอยู่เป็นเพื่อนไทเฮาให้เขา…ข้าก็ไม่รู้จะพูดอะไรดีแล้ว”
ไป๋ซู่ได้ยินก็ตกใจมาก กลัวว่าชักช้าแล้วสิ่งต่างๆ จะเปลี่ยนไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จึงรีบลากนางไปรายงานไทฮองไทเฮา พอได้รับความเห็นชอบจากไทฮองไทเฮาแล้ว ทั้งสองคนก็รีบออกจากวัง
จวนเจิ้นกั๋วกงอยู่ที่ตรอกเสี่ยวฉือยงข้างพระราชวังต้องห้ามไม่ไกลนัก ทว่าจวนติ้งเป่ยโหวกลับอยู่ที่ตรอกเหรินโซ่ว ที่หนึ่งอยู่ทางตะวันตก อีกที่หนึ่งอย