เจียงเซี่ยนหรี่ตามองจ้าวอี้ ประกายความเย็นชาเหมือนคมดาบแล่นผ่านไปในดวงตา
นางค่อยๆ เอ่ยว่า “คนสกุลฟาง? ฝ่าบาทเรียกแม่นมของฝ่าบาทว่าคนสกุลฟาง?”
จ้าวอี้ตัวแข็งทื่อไปทั้งตัว สีหน้าซีดเผือด
ในห้องเงียบกริบจนไม่มีเสียงแม้แต่นิดเดียว และกดดันจนทำให้คนขาดอากาศหายใจ
ทว่าความเงียบนี้ก็เป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจเท่านั้น จ้าวอี้ก็หัวเราะขึ้นมา และทำลายความเงียบในห้องด้วยการเอ่ยว่า “เจ้ายังไม่ยอมรับว่าเจ้าใจแคบอีก เจ้าดูสิ ข้าร้อนใจขนาดนี้ เจ้ากลับเอาแต่จับผิดข้า ข้าแค่พูดผิดไปประโยคหนึ่ง เจ้าทำเป็นไม่ได้ยินก็ได้ ยังต้องชี้ให้เห็นให้ได้อีก…”
เจียงเซี่ยนอยากหยิบกระจกมาให้จ้าวอี้ลองส่องมาก ให้เขาดูสีหน้านิ่งสนิทและไม่เป็นธรรมชาติของเขาในเวลานี้
แต่นางก็ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น
ในเมื่อปล่อยวางแล้วก็ต้องปล่อยวาง
นางบอกตนเอง แล้วตะโกนเรียกฉิงเค่อเข้ามาเสียงดัง ชี้เศษของแตกบนพื้น พลางเอ่ยว่า “เก็บกวาดเสีย จดรายชื่อแล้วเอาไปให้กรมวังลงบันทึก” แล้วเอ่ยกับจ้าวอี้ว่า “ฝ่าบาท ฝ่าบาททำของในห้องของหม่อมฉันแตกหมดแล้ว อย่างไรก็ให้ห้องของหม่อมฉันไม่มีแม้แต่ถ้วยชาสำหรับดื่มชาไม่ได้กระมัง? ฝ่าบาทต้องชดใช้ให้หม่อมฉัน! ต้องให้หม่อมฉันเลือกของในท้องพระคลังของฝ่าบาทได้ตามใจชอบ!”