“นี่เป็นความต้องการของข้า” เจียงเจิ้นหยวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่ชายเจ้าเป็นคนใจร้อน ก็จะได้ไปขัดเกลานิสัยที่กองบัญชาการปัญจทิศรักษานครพอดี ทำให้เขาไม่คิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นง่ายมาก”
นี่ก็คือให้เจียงลวี่ไปฝึกฝนเพื่อหาประสบการณ์
ถือว่าเป็นการสอนลูกชาย
แน่นอนว่านางไม่อาจพูดจามั่วซั่วตามใจชอบได้
เจียงเซี่ยนยิ้มและเอ่ยว่า “งั้นเรื่องของจ่างจู…”
“เจ้าให้เวลาข้าคิดหน่อย” เจียงเจิ้นหยวนเอ่ย “ข้าไม่สะดวกไปบอกเรื่องนี้กับเฉาไทเฮาโดยตรง หาคนกลางจะดีที่สุด ไม่งั้นเฉาไทเฮาไม่ตกลงแล้วยังลากเจ้าออกมาอีก จะกลายเป็นอยากอวดฉลาด แต่สุดท้ายดันทำเรื่องโง่ลงไปแทน ซึ่งจะกลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต เราต้องค่อยๆ ปรึกษาหารือกัน…”
เจียงเซี่ยนโล่งอก
หากท่านลุงรับปากแล้วก็จะต้องทำได้อย่างแน่นอน
นางลากท่านลุงไปข้างหนึ่ง และถามเสียงเบาว่า “มีใครเสนอให้คุมขังเฉาไทเฮาหรือไม่?”
“ตอนนี้ยังไม่มี” เจียงเจิ้นหยวนรู้สึกว่าหลานสาวแบบนี้น่าสนใจมาก จึงเอ่ยเสียงเบาเลียนแบบนางว่า “ข้าคอยเตือนให้ฝ่าบาทต้องกตัญญูตลอด คนอื่นก็คงลำบากใจที่จะเสนอแล้วเช่นกัน แต่เจ้าก็ไม่ต้องกังวลไป ข้าตกลงกับเสี่ยวโต้วจึที่อยู่ข้างพระวรกายฝ่าบาทแล้ว ต่อไปมีเรื่องอะไรเขาจะบอกข้า…”
เจียงเซี่ยนหน้าตาลำบากใจ