เจียงเซี่ยนรู้ว่าไทฮองไทเฮากังวล ชาติก่อนหลังจากเฉาไทเฮาตาย จ้าวอี้ก็ไร้ซึ่งความเกรงกลัวอย่างสิ้นเชิง และเคยทำเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรมมากกว่านี้อีก
นางลูบมือของท่านยายอย่างแผ่วเบา และปลอบใจนางว่า “ท่านพี่อาจ้านกับท่านพี่อาลวี่เล่นมาด้วยกันตั้งแต่เด็กจนโต เวลานี้ทั้งสองคนยังออกไปล่าสัตว์ด้วยกัน ยังดีกันอยู่เลย! เสด็จยายก็อย่ากังวลไปเลยเพคะ ไม่ใช่ว่าท่านพี่อาจ้านผลักท่านพี่ลวี่ไปกองบัญชาการปัญจทิศรักษานครสักหน่อย ท่านลุงบอกว่าท่านพี่อาลวี่มีชื่อเสียงตั้งแต่ยังหนุ่ม เกรงว่าต่อไปจะเย่อหยิ่งทะนงตน จึงตั้งใจโยนเขาไปดัดนิสัยที่กองบัญชาการปัญจทิศรักษานครเพคะ”
ไทฮองไทเฮาเหมือนยกภูเขาออกจากอก
เจียงเซี่ยนเห็นแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ
ท่านยายจะมีชีวิตอยู่อีกไม่ถึงสองปีแล้ว
ไม่กี่วันก่อนนางยังเชิญหมอหลวงเถียนมาตรวจชีพจรปกติให้ท่านยายด้วย บอกว่าปกติดีทุกอย่าง แสดงว่าท่านยายถึงวัยและถึงเวลาแล้ว
งั้นก็ฉวยโอกาสช่วงที่ท่านยายยังอยู่กตัญญูต่อนางให้มากแล้วกัน!
เจียงเซี่ยนครุ่นคิดอยู่ในใจ แล้วก็อยู่เป็นเพื่อนไทฮองไทเฮา เล่นไพ่ สวดมนต์ คัดคัมภีร์ และอ่านหนังสือให้นางฟังอย่างอดทนมาก
ไม่นานเวลาก็ล่วงเข้าสู่เดือนสิบสองแล้ว
จ้าวอี้มาคารวะไทฮองไทเฮาเป็นครั้งที่สองหลังจากว่าราชการด้วยตนเอง
เจียงเซี่ยนหลบอยู่ในห้องของตนเองไม่ออกไป
ทว่าจ้าวอี้กลับมาหาโดยไม่ให้ใครรายงาน