ไทฮองไทเฮาได้ยินก็ดีใจ นางกอดเจียงเซี่ยนไว้และเรียกว่า “หลานรัก” น้ำตาคลอเบ้าและเอ่ยพลางถอนหายใจว่า “ตอนนี้ก็มีแต่เป่าหนิงของข้าที่จะปลอบข้าแบบนี้แล้ว!”
เดิมทีฮ่องเต้มาวังฉือหนิงก็เพราะที่ตำหนักของเฉาไทเฮาไม่มีที่อยู่ เวลานี้ว่าราชการด้วยตนเองแล้วก็ต้องทุ่มเทสมาธิทั้งหมดไปที่ราชสำนัก แน่นอนว่าคงจะไม่ได้มาที่วังฉือหนิงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ไทฮองไทเฮาอายุมากแล้วก็ชอบให้มีคนอยู่ข้างกาย บรรยากาศจะได้คึกคัก ก็ไม่แปลกที่นางจะพูดแบบนี้
ไป๋ซู่รีบเข้ามาร่วมสนุก “ไทฮองไทเฮาทรงลำเอียงจริงๆ ในสายพระเนตรมีแต่เป่าหนิงไม่มีหม่อมฉันหรือเพคะ?”
นางหยอกจนไทฮองไทเฮาหัวเราะไม่หยุด และกอดไป๋ซู่พลางเอ่ยว่า “เจ้าก็เป็นเด็กดีเหมือนกัน ไว้ตอนเจ้าแต่งงาน ข้าจะพระราชทานงานสมรสและของขวัญแต่งงานให้เจ้า”
นี่เป็นความโปรดปรานที่คนอื่นไม่กล้าแม้แต่จะคิด ทำให้ไทฮองไท่เฟยก็ขอบคุณไทฮองไทเฮาด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
บรรยากาศดีเป็นพิเศษชั่วขณะ
ไทฮองไทเฮาให้คนของห้องครัวเล็กทำขาหมูตงพัว และเอ่ยว่า “ไม่ได้กินมาหลายปีแล้ว วันนี้มีความสุข ก็ไม่ห้ามเรื่องพวกนั้นแล้วเช่นกัน อยากทำอะไรก็ทำ!”
หากเป็นเมื่อก่อน เจียงเซี่ยนจะต้องขวางไว้แน่ ทว่าในเวลาที่สถานการณ์ไม่แน่นอนแบบนี้ ไม่มีใครรู้ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไรรอตนเองอยู่ หาอะไรที่ทำแล้วมีความสุขทำดีกว่า จะได้ไม่พลาดสิ่งดีๆ ในชาตินี้
นางยิ้มและเล่นไปด้วย “ข้าอยากกินแกงไก่หน่อไม้!”