อันที่จริงเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว จะอวยพรวันเกิดไปทำไม บังคับให้เฉาไทเฮามอบอำนาจคืนให้จ้าวอี้ก่อนถึงจะถูก แต่เรื่องในราชสำนักก็เป็นแบบนี้ อะไรๆ ก็ต้องไว้หน้า และมีขั้นตอน ถึงแม้ข้อศอกจะหักก็ต้องซ่อนไว้ในแขนเสื้อ…เวลานี้นางหงุดหงิดกับคนและเรื่องแบบนี้ที่สุดแล้ว
เจียงเซี่ยนคิดฟุ้งซ่านอยู่ตรงนั้น ทว่านางยืนจนขาชาขาแข็งก็แล้ว ก็ยังไม่ได้ยินเสียงของขันทีดังมาอยู่ดี
ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
รอไปอีกประมาณหนึ่งก้านธูป เวลานี้เลยเที่ยงไปแล้ว ทุกคนต่างเริ่มหิวก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นในตำหนักไผอวิ๋น
ท่านหญิงตงหยางหันกลับมาถามเจียงเซี่ยนโดยมีท่านหญิงอู่หยางยืนคั่นอยู่ตรงกลางอย่างอดไม่ได้ว่า
“เป่าหนิง นี่มันเรื่องอะไรกัน? เจ้ารู้อะไรบ้างหรือไม่?”
เจียงเซี่ยนส่ายหน้า และเอ่ยว่า “เมื่อคืนข้าพักที่ตำหนักชิ่งซั่นคนเดียว วันนี้พอตื่นเช้ามาก็มาที่นี่เลย และมาถึงก็เจอท่านหญิงทั้งสอง ไม่รู้อะไรเลยเจ้าค่ะ!”
“นี่มันผิดปกติ!” ท่านหญิงตงหยางได้ยินแล้วก็พึมพำ พลางแลกเปลี่ยนสายตาที่มีแต่พวกนางสองคนเท่านั้นที่เข้าใจกับท่านหญิงอู่หยางน้องสาวของตนเอง หลังจากนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ด้วยสายตาว้าวุ่นใจ แล้วกัดฟันเอ่ยกับเจียงเซี่ยนว่า “เป่าหนิง ไม่งั้นเจ้าไปดูสักหน่อย? ในพวกเราก็มีแต่เจ้าแล้วที่ไทเฮาจะไม่พิโรธ”
เฉาไทเฮาโกรธ ใครจะรับไหว