ใจผิดว่าเขาคิดจะวางตัวเฉย เพราะกลัวล่วงเกินเฉาไทเฮา
“กระหม่อมคิดว่าให้ฝ่าบาทเป็นผู้กำหนดดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ” เขาเอ่ยอย่างไม่รีบร้อน “ถึงอย่างไรต่อไปไทเฮาก็จะประทับที่ภูเขาวั่นโซ่ว ฝ่าบาทประทับที่วังหลัง หน่วยองครักษ์ยังคงต้องยึดวังหลังเป็นหลักพ่ะย่ะค่ะ”
เท่ากับว่าพวกเจียงเจิ้นหยวนถูกบังคับให้เห็นด้วยที่จะให้เฉาไทเฮาอยู่ที่ภูเขาวั่นโซ่วหลังจากนี้แล้ว
สายตาของเฉาไทเฮาทอประกายเล็กน้อย และเอ่ยว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างนั้นก็ให้ข้าเป็นคนกำหนดองครักษ์ของภูเขาวั่นโซ่ว และให้ฝ่าบาทเป็นคนกำหนดหัวหน้าหน่วยองครักษ์แล้วกัน”
วังจี่เต้าคิดว่าจะถูกเฉาไทเฮาจูงจมูกเดินไปแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว จึงรีบเอ่ยว่า “ไทเฮา ไม่ว่าจะเป็นภูเขาวั่นโซ่วหรือพระราชวังหลวงก็เป็นสถานที่ของราชวงศ์ทั้งนั้น แล้วทำไมจะต้องแบ่งอย่างชัดเจนขนาดนี้ด้วย? กระหม่อมว่าก็ให้หน่วยองครักษ์คุ้มกันเหมือนกันไปเลย…”
เฉาไทเฮามองไปทางจ้าวอี้พลางยิ้มเยาะ และเอ่ยว่า “เจ้าก็คิดแบบนี้เหมือนกันหรือ? เจ้าว่าราชการด้วยตนเองแบบนี้หรือ? ต้องให้พวกขุนนางพูดแทนทุกเรื่อง? เช่นนั้นจะมีฮ่องเต้อย่างเจ้าไปทำไมกัน?”
“ไม่ใช่!” จ้าวอี้หน้าแดงก่ำ และเถียงเฉาไทเฮาอย่างลืมตัว “ข้าไม่ได้คิดแบบนี้…”
วังจี่เต้าปิดปากแน่น
เวลานี้เขาถึงสังเกตเห็นความฉลาดของเจียงเจิ้นหยวน
ส่วนจ้าวอี้ก็เอ่ยแล้วว่า “ในเมื่อเสด็จแม่อยากส่งองครักษ์ที่ตนเองชอบมาคุ้มกันความปลอดภัยของภูเขาวั่