เรียกเฉาไทเฮาว่า ‘หลานสะใภ้’ นี่ก็เป็นมารยาทของตระกูลขุนนางแล้ว
เฉาไทเฮามองวังจี่เต้าที่ยืนอยู่ข้างกายอ๋องเจี่ยนด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความเคารพนอบน้อม แล้วก็โกรธจนมือกำเป็นหมัดแน่น
นี่จะเจรจาตามารยาทก่อน แล้วถ้าคุยกันไม่รู้เรื่องค่อยใช้กำลังบังคับงั้นหรือ?
นึกถึงตอนนั้นที่นางมอบสิ่งดีๆ ให้อ๋องเจี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบแทนที่อ๋องเจี่ยนสนับสนุนให้นางว่าราชการหลังม่าน ไม่เพียงแต่ให้เขาได้รับเงินเดือนของชินอ๋องสองเท่า ยังให้จวนอ๋องเจี่ยนสืบทอดบรรดาศักดิ์เดิมได้โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง ส่วนซื่อจื่อก็ได้รับเงินเดือนเช่นชินอ๋อง…แต่เขาตอบแทนนางเช่นนี้
พอจ้าวอี้อยากจะว่าราชการด้วยตนเองก็ยืนอยู่ฝ่ายจ้าวอี้แล้ว
เฉาไทเฮารู้ดีว่าเวลานี้ควรอดทน ทว่านางก็ยังทนไม่ไหว จึงเอ่ยอย่างเจ็บปวดว่า “ท่านอา ข้าถามตนเองตั้งแต่สำเร็จราชการแทนเป็นต้นมา ข้าระมัดระวังมากและไม่เคยทำงานพลาด ทำไมท่านอาถึงทำกับข้าแบบนี้? ท่านอยากเป็นโจวกงหรอกรึ? เกรงว่าคงจะเป็นโจวกงไม่ได้ แต่กลับเป็นแบบฮั่วกวงและอีอิ่นแทน!”
นางพูดแบบนี้ อย่างแรกคือบอกเป็นนัยว่าอ๋องเจี่ยนคิดที่จะกุมอำนาจสำเร็จราชการแทนตั้งนานแล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เพราะนางเป็นไทเฮาและชิงโอกาสมาได้ก่อน จึงทำไม่สำเร็จ ตอนนี้เห็นโอกาสมาแล้วจึงออกมาแย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์ อย่างที่สองคือบอกเป็นนัยว่าหากจ้าวอี้ไร้ความสามารถ ควบคุมอ๋องเจี่ยนไม่ได้ ก็จะกลายเป็นเพียงฮ่องเต้ห