ุ่นเชิดในกำมือของอ๋องเจี่ยน และถูกปลดได้ตลอดเวลา
จ้าวอี้สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก และมองอ๋องเจี่ยนครั้งหนึ่งอย่างไม่ค่อยสบายใจ
อ๋องเจี่ยนอดที่จะขมวดคิ้วไม่ได้
เฉาไทเฮาควบคุมจ้าวอี้อย่างเข้มงวดมาก ไม่ว่าจะเป็นพระญาติหรือขุนนางใหญ่ที่มีตำแหน่งสำคัญในราชสำนัก ต่างก็ไม่ได้ติดต่อกับจ้าวอี้มากนัก จึงไม่ค่อยเข้าใจนิสัยของจ้าวอี้ ส่วนฝีปากอันร้ายกาจของเฉาไทเฮานั้น พวกเขาเคยสัมผัสในราชสำนักมาตั้งนานแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจ้าวอี้จะกังวลและไม่สบายใจ และสงสัยเจตนาของอ๋องเจี่ยนขึ้นมา เพราะคำพูดของเฉาไทเฮาเพียงประโยคเดียว
นี่ยังไม่ได้กำหนดอำนาจในการปกครองแคว้นเลย!
หากกำหนดอำนาจในการปกครองแคว้นแล้ว จ้าวอี้จะไม่ถูกคนอื่นพูดจาครอบงำตลอดหรือ!
ทุกวันนี้คนที่เป็นขุนนางอย่างพวกเขาแก้ต่างให้ตนเองก็จะไม่ทันแล้ว ยังจะมีกะจิตกะใจที่ไหนไปละทิ้งสิ่งเก่าและแสวงหาหนทางใหม่ ทำให้แคว้นฮึกเหิมขึ้นมาใหม่กัน
เจียงเจิ้นหยวนบอกว่ายังมีพวกคนร้ายที่หลงเหลืออยู่ต้องจัดการ ตอนนั้นเขายังรู้สึกว่าเจียงเจิ้นหยวนทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปหน่อย…หรือว่าเขาเคยสัมผัสกับความโง่ของจ้าวอี้มาก่อนแล้วอย่างนั้นหรือ?
อ๋องเจี่ยนผิดหวังมาก มองจ้าวอี้เดี๋ยวอ้าเดี๋ยวหุบปาก นานสองนานก็พูดอะไรไม่ออกแม้แต่ประโยคเดียว
บรรยากาศในตำหนักเหมือนขาดอากาศหายใจทันที
วังจี่เต้าเห็นสถานการณ์ผิดปกติ จึงรีบเอ่ยว่า “ไทเฮาตรัสผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! ท่านอ๋องเจี่ย